โดย Insightist™ | เผยแพร่: 28 ตุลาคม 2569 | อ้างอิง: งาน TNN Tech Forum 2026

สรุปสาระสำคัญ

  • ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทำงานด้าน Brain-Computer Interface มากว่า 20 ปี และเคยใช้เวลาเกือบ 10 ปีหาทุนซื้อเครื่องวัดคลื่นสมอง
  • ท่านประกอบเครื่องวัดเองจากอุปกรณ์ในบ้านหม้อและแบตเตอรี่ 9 โวลต์ ใช้เวลาทั้งคืน
  • ผลงานต่อยอดมีทั้งแขนกล รถเข็น เครื่องฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke และระบบเตือนหลับในที่ขายสิทธิ์ให้บริษัทโลจิสติกส์แล้ว
  • ท่านเตือนว่าถ้าไม่ใช้ AI พัฒนาคน ช่องว่างทางวิทยาศาสตร์จะถ่างเป็นรูปตัว K
  • ตัวเลขงบลงทุนหรือเป้าหมายรายปี ท่านไม่ได้เปิดเผยในเซสชันนี้

เครื่องวัดคลื่นสมองเครื่องหนึ่งแพงกว่ารถยนต์ และมีคนเคยบอกท่านว่าคนไทยทำไม่ได้ วันนี้เรื่องเล่าของท่านกลายเป็นหลักฐานที่ค้านประโยคนั้น

ทำไมท่านถึงตัดสินใจสร้างเครื่องเอง?

เพราะท่านรอทุนมาเกือบ 10 ปี และวันหนึ่งมีคนขอซื้อเครื่องที่ท่านนำไปโชว์ แต่ท่านมีเครื่องเดียวจึงขายไม่ได้ จากนั้นท่านหาวิธีจาก YouTube กับ Google แล้วลงมือต่อวงจรทั้งคืน

การสร้างเองต่างจากการซื้อเครื่องต่างชาติยังไง?

ต่างที่ข้อมูลและต้นทุน ท่านอธิบายว่าเครื่องต่างชาติต้องจ่ายค่า API และมักให้สัญญาณที่แปลงมาแล้วระดับหนึ่ง ไม่ใช่สัญญาณดิบ ทำให้ค้นพบความรู้ใหม่ได้ยาก ส่วนการต่อเองทำให้ซอฟต์แวร์เป็นของทีมเอง แต่ถ้าจะขายเชิงพาณิชย์ ต้องผ่าน Clinical Trial และ Testing ซึ่งต้นทุนสูงขึ้น

เครื่องนี้ถูกเอาไปทำอะไรจริงแล้วบ้าง?

ท่านเล่าไว้ 4 เรื่อง

  1. แขนกลและรถเข็น: ผู้พิการใช้สมองโฟกัสสั่งงาน ฝึกเกือบครึ่งชั่วโมงเครื่องถึงตอบสนอง
  2. เครื่องฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke: ติดเซนเซอร์ที่สมองส่วนที่เสียหาย ให้สมองกับแขนส่งสัญญาณหากันสองทาง
  3. ระบบเตือนหลับใน: ตรวจคลื่นสมอง สั่นเตือนเบาๆ ขายสิทธิ์ให้บริษัทโลจิสติกส์ ใช้กับคนขับรถบรรทุกน้ำมันและตำรวจ
  4. เสียงความถี่ประมาณ 40 Hz: ฟังผ่านหูฟังเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องนั่งสมาธิ

ผู้ใช้จริงสอนอะไรทีมวิจัย?

ผู้ร่วมทดสอบแขนกลบอกว่ามันเหนื่อย แต่ยอมเหนื่อยคิดคำสั่งเดียวง่ายๆ ดีกว่ารอคนป้อนข้าวเป็นชั่วโมง ท่านสรุปว่าบางครั้งนักพัฒนาไปฟังความเห็นจากคนที่ไม่ใช่ผู้ใช้จริง

เรื่องนี้เกี่ยวกับอธิปไตย AI ของไทยยังไง?

ท่านมองว่าประเทศที่ไม่มีเทคโนโลยีจะรับมือวิกฤตไม่ได้ และต้องรอซื้อจากคนอื่น ความเหลื่อมล้ำจึงเกิดจากการไม่มีความสามารถออกแบบโลกเอง ท่านเสนอให้ลงทุนในคน ดึงผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมาทำงานในไทย และใช้ AI ช่วยข้ามศาสตร์ ท่านยังเล่าว่าไทยตั้ง Quantum Hub Thailand โดยมี CTO จากบริษัทควอนตัมชั้นนำของญี่ปุ่นร่วมงาน

ถ้าอยากเริ่มแบบท่าน ทำอะไรได้ตอนนี้?

เริ่มจากโจทย์เล็กที่เป็นปัญหาจริงของผู้ใช้ แล้วให้ AI ช่วยหาช่องว่างความรู้ที่ยังขาด ลงมือทำต้นแบบชิ้นแรกก่อน แล้วค่อยปรับตามเสียงของคนที่ใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: เครื่องที่ท่านสร้างขายได้เลยไหม

A: ยังต้องผ่าน Clinical Trial และ Testing ก่อน ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

Q: ระบบเตือนหลับในมีใช้จริงหรือยัง

A: ท่านเล่าว่าก่อตั้ง Startup และขายสิทธิ์ให้บริษัทโลจิสติกส์แล้ว

Q: ทำไมต้องสร้างซอฟต์แวร์เอง

A: เพราะเครื่องต่างชาติต้องจ่ายค่า API และไม่ให้สัญญาณดิบ

Q: ท่านตั้งใจให้ AI ทำหน้าที่อะไร

A: ช่วยเพิ่มศักยภาพคน และช่วยอุดช่องว่างความรู้ในการสร้างนวัตกรรม

Q: Brain Initiative มีกี่ด้าน

A: ท่านบอกว่า 5 ด้าน แต่ในเซสชันระบุชื่อชัดแค่ Mental Health, Early Brain Development และ Cognitive Health

ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk หรือ @nhx2358e

Source:

งาน TNN Tech Forum 2026: AI WarFare, The Race for Humanity: สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ