เผยแพร่: 26 เมษายน 2569
สรุปสาระสำคัญ
- Google กำลังทดสอบระบบเครดิตแบบรายเดือนใน Gemini ให้ผู้ใช้จ่ายตามการใช้งานจริง แทนการจำกัดโควตาแบบเดิม
- แอปพลิเคชันเว็บของ Gemini เพิ่มพื้นที่จัดการรูปภาพใหม่ รวมฟังก์ชันสร้างและแต่งภาพในหน้าจอเดียว
- ระบบเครดิตปัจจุบันรองรับเฉพาะ Flow, Whisk และ Antigravity ก่อนขยายสู่ Gemini หลักในอนาคต
- คาดการณ์การประกาศอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O 2026


Google กำลังเปลี่ยนระบบการคิดเงินของ Gemini อย่างไร
Google กำลังทดสอบโมเดลการคิดเงินแบบเครดิตในแพลตฟอร์ม Gemini โดยผู้ใช้จะได้รับเครดิตเป็นก้อนรายเดือน และสามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การวิจัยเชิงลึก โหมดคิดวิเคราะห์ หรือการสร้างภาพ โดยระบบจะตัดเครดิตตามปริมาณการใช้งานจริง
ระบบเครดิตของ Gemini ทำงานอย่างไร
ระบบเครดิตใหม่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการหมดโควตากะทันหันอีกต่อไป เมื่อเครดิตใกล้หมด ผู้ใช้สามารถเลือกเติมเครดิตเสริมได้ทันที โดยไม่ต้องอัปเกรดจากแพ็กเกจ AI Pro (19.99 ดอลลาร์/เดือน) ไปยังแพ็กเกจ AI Ultra (249.99 ดอลลาร์/เดือน) ทันที ซึ่งช่วยให้วางแผนงบประมาณได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
เครื่องมือสร้างและจัดการรูปภาพใหม่ใน Gemini มีอะไรบ้าง
พื้นที่จัดการรูปภาพใหม่ในเว็บแอป Gemini รวมฟังก์ชันการสร้างภาพและการตกแต่งภาพไว้ในหน้าจอเดียว ผู้ใช้สามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องสลับแท็บหรือเปลี่ยนแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน
ระบบเครดิตของ Google ครอบคลุมฟีเจอร์ใดบ้างในปัจจุบัน
ขณะนี้ระบบเครดิตของ Google ยังจำกัดการใช้งานอยู่ใน 3 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่:
- Flow: เครื่องมือออกแบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ
- Whisk: ระบบจัดการและจัดระเบียบข้อมูล
- Antigravity: เครื่องมือสร้างสรรค์งานภาพและมัลติมีเดีย
สมาชิกแพ็กเกจ AI Pro และ AI Ultra สามารถเติมเครดิตเสริมเพื่อใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้ตามความต้องการ
การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อผู้ใช้อย่างไร
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป: ระบบเครดิตช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้แม่นยำขึ้น จ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้จริง ไม่ต้องเสียเงินสำหรับแพ็กเกจใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานครบทุกฟีเจอร์
สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ: ผู้ที่ต้องใช้งานฟีเจอร์เชิงลึก เช่น Deep Research, DeepThink หรือการรันงานระยะยาว สามารถวางแผนงบประมาณรายเดือนได้อย่างชัดเจน และเลือกเติมเครดิตเฉพาะช่วงที่ต้องการใช้งานหนัก
คาดการณ์การเปิดตัวระบบเครดิตใน Gemini หลักเมื่อไหร่
Google คาดว่าจะประกาศระบบเครดิตอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O 2026 ซึ่งเป็นการประชุมผู้พัฒนาประจำปีของบริษัท หากได้รับการตอบรับที่ดี ระบบนี้อาจขยายสู่ผู้ใช้ทั่วไปภายในปี 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ระบบเครดิตของ Gemini แตกต่างจากแพ็กเกจรายเดือนแบบเดิมอย่างไร
ระบบเครดิตให้ผู้ใช้จ่ายตามการใช้งานจริง โดยได้รับเครดิตเป็นก้อนรายเดือนและตัดตามปริมาณการใช้งาน ในขณะที่แพ็กเกจรายเดือนแบบเดิมกำหนดโควตาการใช้งานต่อฟีเจอร์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้จ่ายเกินความจำเป็นหรือใช้งานไม่คุ้ม
หากเครดิตหมดก่อนสิ้นเดือน ต้องทำอย่างไร
ผู้ใช้สามารถเติมเครดิตเสริมได้ทันทีผ่านระบบจัดการบัญชี โดยไม่ต้องอัปเกรดแพ็กเกจหลัก ช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้อย่างยืดหยุ่น
ระบบเครดิตจะครอบคลุมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Gemini หรือไม่
ในระยะเริ่มต้น ระบบเครดิตจำกัดเฉพาะฟีเจอร์ Flow, Whisk และ Antigravity ก่อน แต่มีแนวโน้มที่จะขยายสู่ฟีเจอร์หลักของ Gemini รวมถึงโหมด Deep Research และ DeepThink ในอนาคต
สมาชิก AI Pro และ AI Ultra ได้รับประโยชน์จากระบบเครดิตอย่างไร
สมาชิกทั้งสองแพ็กเกจสามารถเติมเครดิตเสริมเพื่อใช้งานฟีเจอร์เฉพาะทางได้ตามความต้องการ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจหลัก ช่วยเพิ่มมูลค่าการสมัครสมาชิกเดิม



