ถ้าจะทำเรื่องใหญ่แบบ AI Transformation ให้เวิร์ก ต้องเริ่มให้ถูก ตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก ไม่งั้นปลายทางจะรวนหมด

สรุป Session: Opening Remarks โดยคุณตูน สุธีรพันธุ์ สักรวัตร, Chief Customer Officer, SCBX

2 ปีที่ผ่านมา SCBX กำลังวางรากทั้งองค์กรให้ใช้ AI ได้จริง

  • คุณตูนเล่าว่า 2–3 ปีหลัง ชีวิตการทำงานเปลี่ยนไปมาก จากงานการตลาดแบบเดิมๆ เป็นงานวางระบบ วัดผล และทำให้บริษัทลูกๆ ในเครือเดินไปทิศเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่อง AI
  • จุดเริ่มสำคัญ คือ ช่วงปี 2024 ที่ SCBX ได้สิทธิ์ใช้งาน Microsoft Copilot ในระดับองค์กร แล้วเอามาลองทำงานจริงแบบ ลองผิดลองถูก เพื่อหาว่า AI ควรเข้าไปอยู่ตรงไหนของงาน ผ่านการทำงานเป็น 3 ก้อนใหญ่ๆ ที่ต่อกันเป็นวงจร
  1. Foundation = ปูพื้นให้พร้อม (ข้อมูล ระบบ กติกา และการสอนคน)
  2. Awareness = ทำให้คนในองค์กรตื่นตัว กล้าลอง กล้าแชร์
  3. Experimentation = ลองทำจริงเป็น Case เยอะๆ เพื่อให้เจอทางที่ใช่ แล้วค่อยเอาไปต่อยอด)

ผลลัพธ์ที่ได้

  1. Awareness (การทำให้คนตื่นตัว/รับรู้)
    • ชุมชน AI เพื่อแชร์ความรู้
    • คอร์สเร่งรัด AI (AI bootcamps)
    • กิจกรรมแข่งทำ AI (AI hackathons)
    • แปลว่า คนที่ไม่เคยใช้ก็อยากใช้ คนที่ไม่เคยทำ Project AI ก็อยากเข้ามาทำ Project AI คนที่มี Project อยู่แล้ว ไม่เคยเอามา Showcase กัน ก็อยากจะมาทำ Showcase เกิดเป็น Momentum
  2. Foundation (การปูพื้นฐาน)
    • โครงสร้างข้อมูลของทั้งกลุ่ม – DataX, MSFT Azure
    • นโยบายและกติกาการใช้ AI ของทั้งกลุ่ม (AI policy & governance)
    • โปรแกรมสอนพื้นฐาน AI ของทั้งกลุ่ม (AI literacy programs)
  3. Experimentation (การลองทำจริง)
    • ทดลองทำ use cases มากกว่า 700 Cases ทั่วทั้งกลุ่ม

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือ คนตื่นตัว + ทำ Project จริง จนเป็นแรงส่งแบบ Snowball Effect

  • 99% เรียน/ผ่าน AI Foundation แล้ว
  • 5,068 คนมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับ AI
  • 96% จากผู้เรียนระดับ intermediate จำนวน 400 คน ทำ use cases ได้เฉลี่ย 2.4 เคสต่อคน
  • เริ่มโปรเจกต์ AI 34 เรื่อง → 15 เรื่องไปต่อเป็น POC → 5 เรื่องที่มูลค่าสูงถูกนำไปใช้จริง
  • 27 ทีมเข้าร่วม battle ปี 2024 → มากกว่า 74 ทีมในปี 2025

สุดท้ายเลือกไปทำแบบจริงจัง (ทำเป็น POC ระดับลงทุน) 5 โปรเจกต์ และมีของฝั่ง Customer ติด 1 ใน 5 ด้วย หากยิ่งทำก็ยิ่งเจอปัญหา → ย้อนกลับไปแก้รากฐานให้แน่นขึ้น → สุดท้ายองค์กรเดินเร็วขึ้นเอง

คนในองค์กรไม่ได้ดูเฉยๆ แล้ว แต่เริ่มลงมือแข่งกันทำของจริง

AI First ไม่ใช่ปลายทางเดียว กับ 4 ขั้นขององค์กรที่ใช้ AI

  1. AI Aware เริ่มรู้ว่ามี AI และลองใช้ (ยังทำกันคนละทิศคนละทาง ข้อมูลแยกกัน)
  2. AI Ready เริ่มพร้อมใช้งานจริง (เริ่มมีระบบรองรับ ข้อมูลเริ่มใช้ได้ มีแนวทางป้องกันความเสี่ยง)
  3. AI First เอา AI เข้าไปอยู่ในแผนหลักของธุรกิจ (เริ่มเป็นวิธีทำงานจริงขององค์กร ไม่ใช่โปรเจกต์โชว์)
  4. AI Native เกิดมาเพื่อเป็นบริษัท AI (ระบบทำงานแทบทั้งชุดด้วย AI คนเน้นสร้างของใหม่)

SCBX ตอนนี้พ้นช่วงเริ่มลองมาแล้ว และอยู่แถวๆ ช่วง เริ่มพร้อมใช้งานจริง (กำลังไต่ไปสู่ AI First)

Roadmap ข้างหน้า: ทำฐานให้แน่น + เตรียมยุคที่ AI เป็นผู้ช่วยลงมือทำงาน

  • คุณตูนเล่าว่า ภาพโครงสร้างที่กำลังทำต่อจะมีประมาณนี้
  • ฐานล่าง: เรื่องข้อมูล ระบบ ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน (ทำให้ AI ใช้งานได้จริงในองค์กรใหญ่)
  • ชั้นถัดมา: แพลตฟอร์มสำหรับ “AI ที่ช่วยทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน” มากขึ้น (ช่วงนี้ทั้ง Microsoft/Google ก็พูดเรื่องนี้กันหมด)
  • แล้วค่อยต่อยอดเป็นโปรเจกต์/Use case ของแต่ละทีม

เราควรกำหนด ความสำเร็จว่า ยังไง?

  • 50% ของคนไทยกลุ่มที่เข้าถึงบริการการเงินได้ (bankable Thai population)
  • 60% ของกระบวนการทำงาน 2,000 กระบวนการเป็นแบบ Autonomous
  • 75% รายได้เป็นแบบ AI-enabled revenue
  • 100% งานใหม่ที่เป็น agentic workflow ทั้งหมด ใช้แนวทาง AI-as-a-code

มีหมุดใหญ่ที่ผู้บริหารเคยพูดไว้ว่า รายได้ของกลุ่มในอนาคต ส่วนใหญ่ อยากให้มีที่มาจากการใช้ AI ช่วยสร้างมูลค่า

ข้อสรุป:

เรากำลังทำให้ทั้งองค์กรใช้ AI ได้จริง ตั้งแต่คน ระบบ จนถึงวิธีคิด และสุดท้ายต้องย้อนกลับมาที่คำถามเดิมเสมอว่า ลูกค้าได้อะไรจากทั้งหมดนี้

Source:

สดจากงาน thAI Consumer AI Adoption 2026 ที่ SCB Next Tech