โดย Insightist™ | เผยแพร่: 9 กันยายน 2026 | อ้างอิง: Testing Catalog
สรุปสาระสำคัญ
- 9 กรกฎาคม 2026 OpenAI เปิดตัว ChatGPT Work และรวมแอป Codex เข้ามาอยู่ในแอปเดสก์ท็อปเดียวกัน ทำให้ ChatGPT แยกเป็นสามส่วนคือ Chat, Work และ Codex
- Work ทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้เป็นชั่วโมง ต่อเข้ากับ Slack, Teams, Google Drive, SharePoint และ CRM แล้วคืนงานมาเป็นสไลด์ สเปรดชีต เอกสาร และเว็บแอป
- บนแอปเดสก์ท็อป Mac และ Windows ใช้ได้ทุกแพ็กเกจรวมถึง Free ส่วนบนเว็บและมือถือเปิดให้ Pro, Enterprise, Edu ก่อน แล้วทยอยเปิดให้ Plus และ Business
- มีคนใช้ Codex มากกว่า 5 ล้านคนต่อสัปดาห์ และในจำนวนนั้นมากกว่า 1 ล้านคนใช้กับงานที่ไม่ใช่การพัฒนาซอฟต์แวร์
- โมเดลเบื้องหลังเปลี่ยนจาก GPT-5.6 เป็น GPT-6 Astra แล้ว ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน
ในบทความข่าว AI ชิ้นนี้ เวลาเปิด ChatGPT ขึ้นมา เราทำอะไรเป็นอย่างแรก พิมพ์คำถาม รอคำตอบ อ่าน แล้ว copy ออกไปใช้ จบ
3 ปีผ่านไป เรายังทำแบบเดิมเป๊ะ ทั้งที่ข้างในมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว
ที่เราไม่รู้ไม่ใช่ความผิดของใคร เพราะหน้าตามันยังเหมือนเดิม ช่องพิมพ์ยังอยู่ตรงนั้น ปุ่มส่งยังอยู่ที่เดิม พอหน้าตาไม่เปลี่ยน เราก็ใช้แบบเดิม แล้วสรุปเอาเองว่า AI มันก็ได้แค่นี้แหละ
ChatGPT Work คืออะไร และต่างจากแชทที่เราใช้อยู่ยังไง
Work คือเอเจนต์ใน ChatGPT ที่ลงมือทำงานข้ามแอปและไฟล์ได้จริง อยู่กับโปรเจกต์เดียวได้นานเป็นชั่วโมงถ้าจำเป็น แล้วเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นงานที่เสร็จ ไม่ใช่แค่คำตอบ
OpenAI เปิดตัวมันวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 พร้อมกับรวมแอป Codex เข้ามาเป็นแอปเดสก์ท็อป ChatGPT ตัวใหม่ ส่วนแอปเดสก์ท็อปตัวเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ChatGPT Classic
ความต่างที่จับต้องได้มี 3 อย่าง
อย่างแรก มันทำงานยาวได้ Work แตกงานใหญ่เป็นขั้นย่อยแล้วไล่ทำเองทีละขั้น ระหว่างทางเราเปิดดูได้ว่าไปถึงไหน เปลี่ยนใจกลางทางได้ และอนุมัติเฉพาะเรื่องสำคัญได้
อย่างที่สอง มันต่อกับระบบที่เราใช้อยู่จริง ผ่านปลั๊กอินที่เชื่อมเข้ากับ Slack, Microsoft Teams, Google Drive, SharePoint, อีเมล, ปฏิทิน, CRM และระบบติดตามโปรเจกต์ พิมพ์ @ แล้วตามด้วยชื่อแอปเพื่อสั่งให้ไปหยิบข้อมูลตรงนั้นได้เลย
อย่างที่สาม ของที่ได้กลับมาเปลี่ยนรูปร่าง จากข้อความยาวที่ต้องจัดเอง กลายเป็นสเปรดชีต เอกสาร สไลด์ และเว็บแอปที่ส่งต่อได้ทันที
Chat, Work, Codex ต่างกันตรงไหน แล้วงานแบบไหนควรใช้อันไหน
ต่างกันที่ปลายทางของงาน ไม่ใช่ความฉลาดของโมเดล
- Chat ห้องของการถามตอบและคิดเร็ว ระดมไอเดีย สรุปย่อ เกลาข้อความ ใช้ตอนที่เรายังไม่รู้แน่ว่าอยากได้อะไร ปลายทางคือความเข้าใจ
- Work ห้องของงานหลายขั้นตอนที่ต้องได้ชิ้นงาน รายงาน สไลด์ สเปรดชีต แดชบอร์ด ใช้ตอนที่รู้แล้วว่าอยากได้อะไร ปลายทางคือไฟล์ที่ส่งต่อได้
- Codex ห้องของงานที่แตะโค้ดจริงระบบจริง แก้ไฟล์ รันคำสั่ง เขียนเทสต์ เปิด pull request ปลายทางคือระบบที่เปลี่ยนสถานะไปแล้ว
วิธีเลือกที่ใช้ได้ใน 3 วินาที ถามตัวเองว่าจบงานนี้แล้วอยากถืออะไรอยู่ในมือ ถ้าคือความเข้าใจไป Chat ถ้าคือไฟล์ไป Work ถ้าคือระบบที่เปลี่ยนจริงไป Codex
มีองค์กรไหนใช้แล้วได้ผลจริงบ้าง
มีหลายเจ้า และ OpenAI เผยแพร่เป็นกรณีศึกษาพร้อมชื่อคนกับตัวเลข
- Zapier ทีมการตลาดองค์กรเจอปัญหาลีดเข้าเยอะแต่หลุดกลางทางเยอะพอกัน การไล่ดูลีดที่หลุดแค่หนึ่งรายด้วยคนคนเดียวใช้เวลา 35 ถึง 45 นาที เพราะต้องข้ามไปดูทั้ง HubSpot, Gong และจุดสัมผัสทางอีเมล พอสร้างระบบด้วย Work ทีมตรวจคุณภาพลีดได้หลักพันรายต่อเดือน และส่งต่อไปป์ไลน์เจ็ดหลักให้ทีมขายได้ทุกเดือน
- NVIDIA Will Daney ดูแลการเตรียมงาน GTC ซึ่งเดิมงานวิเคราะห์ด้วยมือกินเวลาไปราว 40% ของเวลาทั้งหมด พอเปลี่ยนเป็นเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติที่รันสัปดาห์ละสองครั้ง ประหยัดได้ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตลอดรอบวางแผน 12 สัปดาห์ อีกคนในทีมเดียวกันสร้างต้นแบบใช้งานได้ใน 3 ถึง 5 วัน จากเดิมที่ต้องใช้ 2 ถึง 3 สัปดาห์
- Virgin Atlantic ตอนวางกลยุทธ์ห้าปี ทีมดิจิทัลโปรดักต์ให้ Work ไปค้นประสบการณ์คู่แข่งแล้วจัดเป็นชุดข้อมูลพร้อมตรวจ เริ่มงานตอนเช้า กลับมาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มเกลาผลลัพธ์ได้ จากเดิมที่ต้องนั่งค้นเองเป็นสัปดาห์
“เราทำสิ่งที่เมื่อก่อนทำไม่ได้เลย อย่างการทำ QA และ QC กับลีดหลายพันรายทุกเดือน” — Angela Ferrante, Head of Enterprise Marketing, Zapier
ต้องจ่ายเพิ่มไหม แล้วใครใช้ได้บ้างตอนนี้
บนแอปเดสก์ท็อป Mac และ Windows ใช้ได้ทุกแพ็กเกจรวมถึง Free ทั้ง Chat, Work และ Codex ส่วนบนเว็บกับมือถือ Work เปิดให้ Pro, Enterprise และ Edu ก่อน แล้วทยอยเปิดให้ Plus กับ Business
เรื่องที่ควรรู้ก่อนใช้หนักคือโควตา Work ออกแบบมาสำหรับงานที่ยาวกว่าแชททั่วไป ปริมาณการใช้จึงผันแปรตามความหนักของงาน งานยิ่งซับซ้อนยิ่งกินโควตามาก โดยใช้โครงสร้างการนับแบบเดียวกับ Codex
AI ที่ลงมือทำเองได้ มีความเสี่ยงตรงไหน
ความเสี่ยงเปลี่ยนระดับ เพราะตอนที่ AI แค่ตอบคำถาม ความผิดพลาดเสียแค่เวลาอ่าน แต่ตอนที่มันแตะไฟล์ ส่งข้อความ และเปลี่ยนข้อมูลในระบบจริง ราคาของความผิดพลาดคนละเรื่อง
ฝั่ง OpenAI ใส่กลไกมาให้แล้วสามชั้น Auto-review ที่ใช้โมเดลก้าวหน้าที่สุดคอยตรวจการกระทำสำคัญก่อนมันเกิดขึ้นจริง Compliance API ที่ให้องค์กรมองเห็นบทสนทนาและการกระทำในระดับใหญ่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายใน Admin Console
แต่กติกาที่ทีมต้องตั้งเองยังจำเป็นอยู่ ของที่ดูสวยไม่เท่ากับของที่ถูก ยิ่งชิ้นงานดูเนี้ยบ คนยิ่งมีแนวโน้มตรวจน้อยลง งานที่ทุกตัวเลขต้องเป๊ะอย่างงบการเงินหรือเอกสารสัญญา ควรใช้ AI เร่งขั้นตอนกลาง ไม่ใช่ปล่อยให้มันเซ็นชื่อแทน
สิ่งที่ควรทำวันนี้ คือ เปิดแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อป แล้วมองหาว่าเมนู Work กับ Codex อยู่ตรงไหน เพราะทักษะที่จะอยู่กับเราได้นานที่สุดในเรื่องนี้ ไม่ใช่การจำฟีเจอร์ แต่คือการมองงานตรงหน้าแล้วรู้ว่ามันควรเดินเข้าประตูไหน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ChatGPT Work ต้องจ่ายเพิ่มจากแพ็กเกจเดิมไหม
A: ไม่ต้องซื้อแยก บนแอปเดสก์ท็อปใช้ได้ทุกแพ็กเกจรวมถึง Free ส่วนบนเว็บและมือถือขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ถืออยู่ แต่การใช้งานจะกินโควตาของแพ็กเกจตามความหนักของงาน
Q: ไม่ได้เขียนโค้ด จำเป็นต้องรู้จัก Codex ไหม
A: ไม่จำเป็นต้องใช้เอง แต่ควรรู้ว่ามีอยู่ เพราะ OpenAI ระบุว่ามีคนมากกว่า 1 ล้านคนใช้ Codex กับงานที่ไม่ใช่การพัฒนาซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีของมันคือเครื่องยนต์ที่อยู่ใต้ ChatGPT Work อีกที
Q: Work ต่างจาก Deep Research หรือ Agent Mode เดิมยังไง
A: Work รวมความสามารถหลายอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งเบราว์เซอร์ในตัว การใช้คอมพิวเตอร์แทนเรา งานตามตารางเวลา และการสร้างเว็บผ่าน Sites แล้วส่งผลลัพธ์ออกมาเป็นไฟล์ที่ใช้ได้จริง ไม่ได้จบที่รายงานอย่างเดียว
Q: องค์กรควบคุมได้แค่ไหนว่า AI จะแตะอะไรได้บ้าง
A: ผู้ดูแลระบบระดับ Enterprise และ Edu จัดการได้จากศูนย์กลาง ทั้งเรื่องใครเข้าถึงได้ ใช้บริบทใดของบริษัทได้ ต่อเครื่องมือใดได้ และลงมือทำอะไรได้ พร้อมมี Auto-review คอยตรวจการกระทำสำคัญก่อนเกิดขึ้นจริง
Q: ข้อมูลในบทความนี้จะเก่าเร็วไหม
A: เร็วมาก เฉพาะช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026 โมเดลเบื้องหลัง Work ก็เปลี่ยนจาก GPT-5.6 เป็น GPT-6 Astra แล้ว ก่อนตัดสินใจเรื่องราคาหรือความพร้อมใช้งาน แนะนำให้กดลิงก์ไปเช็กกับหน้าทางการอีกครั้ง
ถ้าคุณสนใจ E-Book นี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk
Source:
OpenAI




