เคยไหม อ่าน Future Trends จบแล้วรู้สึก เออ เข้าใจนะ

แต่พอจะกลับไปทำงานจริง คำถามแรกที่โผล่มาเลยคือ… แล้วเราต้องทำอะไรต่อวะ? ใน Panel นี้มาพูดว่า ปัญหาของหลายองค์กรไม่ใช่ ไม่รู้เทรนด์

แต่คือ รู้แล้ว…แต่ไม่มีวิธีแปลงให้กลายเป็นแผนที่ทำได้จริง

สรุป Session: Panel: The Foresight Conversation- Reading the Game Ahead โดย

  1. คุณบร สโรจ เลาหศิริ, Founder of The Strategist
  2. คุณโอชวิน จิรโสตติกุล, CEO & Founder of FutureSkill
  3. คุณโสภณ ศุภมั่งมี, บรรณาธิการเพจ aomMONEY (The Money Trends), Moderator

รู้เทรนด์แล้ว…แล้วยังไงต่อ?

  • คุณโสภณ บอกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นปีที่สามแล้วนะครับ ตั้งแต่ปี 2024, 2025, 2026 ตอนนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าเทรนด์มันจะเกิดขึ้น แต่คำถามที่เราคุยกันมาตลอดคือ รู้เทรนด์แล้วยังไงอะ? อ่านจบแล้วมันจะตามมาด้วยคำถามว่า แล้วจะเอาไปใช้อะไรได้วะ?
  • จึงเป็นแรงผลักดันให้ Future Trends มองว่า “เราจะทำยังไงต่อดี?” เพื่ออุดรอยรั่วตรงนี้ เลยเกิด Workshop ชื่อ Strategic Foresight Executive Strategy Workshop ทำร่วมกับ
  1. คุณบี (คุณสโรจ) The Strategist
  2. คุณวิน FutureSkill

ที่มาที่ไปของ Workshop

  • คุณสโรจ บอกว่า ประเด็นสำคัญ คือ เราอ่านแล้วเราทำอะไรต่อ หลายองค์กรอ่านเทรนด์เสร็จ แล้วโยนให้ทีมงานทำต่อเลย ทีมก็จะงงว่า แล้วของปีที่แล้วล่ะ?
  • คุณสโรจจึงบอกว่า ไม่อยากให้เรารันองค์กรแบบผู้ตามเทรนด์ แต่ให้เป็นคนมองอนาคตล่วงหน้า และเตรียมฉากทัศน์ไว้
  • คุณโอชวิน บอกว่า Future Trends ทำหนังสือวิจัยเทรนด์อนาคตเยอะอยู่แล้ว แต่เราอยากให้มันไปต่อ อยากให้เกิดการ Implement ที่มีผลกับชีวิตคนจริงและองค์กรจริง

ดังนั้นองค์กรไม่ใช่แค่รับรู้แล้วถาม So what? แต่ต้องเอาไปใช้จริงได้ ก็เลยเป็นที่มาที่ไปที่ได้คุยกันครับ

หน้าตา Workshop จะเป็นยังไง?

  • คุณสโรจเล่าว่า Framework ตัวหนึ่ง ชื่อว่า Cone of Future (กรวยแห่งอนาคต) เป็นการทำ Strategy แบบที่เราคุ้นเคย (SWOT, Five Forces, Data Learning) คือ Backcasting ย้อนไปในอดีต เอามาวางแผนปัจจุบัน
  • เช่น Backcasting / Pattern Spotting / History Learning ดู Data ว่าอะไรขายดี อะไรเวิร์ค แล้วทำเป็นแผนปีนี้

คุณสโรจ บอกว่า วันนี้อนาคตเปลี่ยนไวมาก กว่าจะทำ SWOT/วิเคราะห์ครบ บางทีเวลาผ่านไป 3 ปี อ่าน Future Trends Ahead 2024 กับวันนี้ บางอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว

ดังนั้น Foresight คือ การฉายภาพฉากทัศน์ไปยังอนาคต อนาคตมีหลายฉากทัศน์ เหมือน Marvel Multiverse / Timeline แตกแขนง

ฉากทัศน์ใน Cone of Future

  • Base Case (Projected Linear Future): ทุกอย่างเป็นไปตามแนวโน้มเดิม
  • Best Case: ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด
  • Worst Case: ฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด
  • Alternative Future: ฉากทัศน์ทางเลือก (ไม่สุดโต่ง แต่บิดไปจากเส้นตรง)

Case Study: Peloton กับบทเรียน All-in ผิดฉากทัศน์

  • เคส Peloton ช่วงโควิดโตระเบิด ทุกอย่างดูเหมือนโลกจะอยู่บ้านตลอดไป บริษัทเลยทุ่มหนัก สต๊อกก็จัดขยายก็จัด ทำแบรนด์ก็จัด

แต่พอโลกเปิดจริง… คนกลับไปเจอเพื่อน กลับไปออกกำลังกายเป็นกลุ่ม Gym เปิด / community กลับมา / คนอยาก social เกมเปลี่ยนทันที และแบรนด์ที่วางไว้ ฉากเดียว ก็เหนื่อยเลย

ประเด็นคือ Peloton ไม่ได้มองไม่เห็นนะ แต่เขา วางอนาคตไว้แบบเส้นตรงเกินไปคิดว่า สิ่งที่เกิดวันนี้ จะอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ

5 Steps ของการทำ Foresight (ภาพรวมในคลาส)

  • คุณสโรจบอกว่า การทำ Foresight มี 5 Steps หลักครับ
  1. Frame ตั้งโจทย์ให้ชัดก่อนอ่านเทรนด์
  2. Scan สแกนเทรนด์/สัญญาณแบบมีโฟกัส
  3. Foresighting วางฉากทัศน์/เชื่อมอนาคตเข้าด้วยกัน
  4. Strategy → Strategy Options ดู Risk/Opportunity แล้วแตกทางเลือกกลยุทธ์
  5. Action + Monitor ทำจริงและตั้ง Signal เฝ้าดูสัญญาณ

ตัวอย่างการ Frame:

  • ธุรกิจ Retail จะทำยังไง ถ้า Gen Z ไม่ออกมาช้อปนอกบ้าน?
  • Retail จะทำยังไง ถ้ากำลังซื้อไปอยู่กับกลุ่มผู้สูงอายุ?

พอ Frame ชัด เวลา Scan/อ่าน Future Trends Ahead จะไม่อ่านเพลินแบบหลุดโฟกัส

อีกเรื่องที่สำคัญ คือ Signal เช่น ถ้าคุณตั้ง Signal ไว้ว่า AI Platform เข้าสู่ General Usage หรือวงการแพทย์รับรอง AI ใช้งานจริง มัน คือ สัญญาณว่า Scenario บางอย่างกำลังจะเกิด

FutureSkill: ทำไมองค์กรควรเรียนเรื่องนี้

  • คุณโอชวินบอกว่า เราเป็นคนต้องคิดกลยุทธ์ทุกปี ถ้า All-in ผิดเกมก็ซวยเหมือนกัน หลาย Case เห็น ผู้เล่นใหม่ด้วยซ้ำ แต่ไม่ทำอะไร เพราะไม่ทำ Scenario Planning
  • Workshop นี้เลยจะช่วยเปลี่ยนจากการเป็น Trend Watcher ไปเป็นคนที่ทำ Strategic Foresight ไม่ใช่กระโดดตามเทรนด์ ปีต่อปี เพราะกลัวไม่ทันคู่แข่ง แต่มองฉากทัศน์ 3 ปี 10 ปี แล้วค่อยวางเกม

ใน Workshop จะได้เรียนรู้อะไร (5 Chapters)

  1. Chapter 1: Framing
    • วางโจทย์ธุรกิจ / Focal Question ที่เหมาะกับองค์กร
  2. Chapter 2: Scanning
    • แยก Signal vs Noise
    • ใช้ PESTEL Radar เพื่อสแกนเทรนด์
  3. Chapter 3: Foresight
    • สร้าง Scenario 2×2 ที่ใช้งานได้จริง
    • วางฉากทัศน์อนาคต
  4. Chapter 4: Strategy
    • สร้างพอร์ตกลยุทธ์
    • ทำ Wind Tunnel Testing ทดสอบกลยุทธ์ใน 4 โลกอนาคต
  5. Chapter 5: Put into Action
    • ทำให้ Foresight กลายเป็นระบบขององค์กร
    • Foresight Dashboard / Quarter Review
    • เชื่อมกับกลยุทธ์ประจำปี และ Pipeline นวัตกรรม

ข้อสรุป:

อย่าทำกลยุทธ์แบบหวังว่าพรุ่งนี้จะเหมือนวันนี้ เพราะโลกมันไม่เมตตาใคร และคนที่รอด คือ คนที่พร้อมเปลี่ยน ไม่ใช่คนที่เดาถูก

Source:

สดจากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference