Duolingo แก้ปัญหาด้วย AI สร้างคอร์สได้เร็วขึ้น เพื่อขยายโอกาสการเรียนให้ทั่วถึงทุกภูมิภาค เป้าหมาย คือ เปลี่ยนตัวเองจากแอปเรียนภาษา ไปสู่แพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบครบวงจร
เปิดตัว คอร์สเรียนภาษาด้วย AI
30 เมษายน 2568 Duolingo บริษัท EdTech ประกาศเปิดตัวหลักสูตรภาษาใหม่กว่า 148 คอร์สที่สร้างด้วย AI ภายในเวลาเพียงปีเดียว แทนที่จะใช้เวลาหลายปีแบบเดิม แต่ก็มาพร้อมกับความวิตกกังวลเรื่องคุณภาพและการจ้างงาน หลายคนมองว่า เร็วขึ้น แต่ดีขึ้นจริงเหรอ
เป้าหมาย
- ขยายการเข้าถึงภาษาที่ผู้เรียนสนใจมากที่สุด เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี และจีนกลาง ให้ครอบคลุมผู้ใช้งานจากทั่วโลก
- คอร์สใหม่เน้นระดับพื้นฐาน (A1–A2) มีฟีเจอร์เสริมอย่าง Stories ฝึกอ่าน และ DuoRadio ฝึกฟัง
ทางบริษัทบอกว่า AI ช่วยให้สร้างหลักสูตรได้เร็วกว่าเดิมเยอะ จาก 100 คอร์สแรกใช้เวลากว่า 12 ปี ตอนนี้ทำได้เกือบ 150 คอร์สในปีเดียว
เหตุที่ CEO Duolingo นำ AI มาใช้
- Luis von Ahn CEO Duolingo แจ้งพนักงานว่าจะลดการใช้คนที่ AI ทำแทนได้ และโฟกัสที่งานที่ AI ยังไม่สามารถทำได้
- บริษัทยืนยันว่า AI ไม่ได้แค่เร่งงาน แต่ยังช่วยให้สร้างเนื้อหาคุณภาพสูงได้รวดเร็ว แต่ยอมรับว่า ตรวจสอบและปรับปรุงโดยทีมงานมืออาชีพ
ใครได้ประโยชน์บ้าง:
- คนที่พูดภาษาฮินดี, เบนกอล, ไทย, เวียดนาม ฯลฯ ตอนนี้สามารถเรียนภาษาหลัก ๆ ได้ครบทั้ง 7 ภาษา
- ผู้เรียนละตินอเมริกาและยุโรป สามารถเรียนภาษาเอเชียอย่างญี่ปุ่น, เกาหลี, จีนกลาง ได้แล้ว
- คอร์สใหม่ออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ แต่มีแผนจะเพิ่มเนื้อหาระดับสูงในอนาคต
แต่มีกระแสต่อต้านจากผู้ใช้บางคนที่รู้สึกว่าเนื้อหาไม่แม่นยำเหมือนเดิม และไม่พอใจที่บริษัทเลิกใช้คนบางส่วน
ทางบริษัทระบุว่าจะทยอยอัปเกรดเนื้อหาระดับสูงตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ข้อสรุป:
คอร์ส AI จาก Duolingo สร้างโอกาสในการเรียนภาษาให้กับผู้เรียนทั่วโลก
แม้จะมีเสียงทั้งสนับสนุนและกังวล สิ่งที่แน่นอนคือ การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นจริง และอาจเป็นเทรนด์หลักของการศึกษาออนไลน์ในอนาคต




