สรุป Session: AI-Powered SMEs: From Potential to Success จาก คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, Managing Director, Microsoft Thailand

AI เป็นโอกาสกับทุกคน เติบโต และทำมากกว่าฝัน

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ พูดหัวข้อสำคัญ ๆ 8 เรื่อง

1. AI เป็นเรื่องสำคัญของโลกในปัจจุบันและอนาคต

แต่เป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบ (Impact) ในระดับโลก เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Gain), การค้นพบโอกาสใหม่ๆ (New Opportunity) และการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและชีวิตประจำวัน

คุณธนวัฒน์ พูดว่า สิ่งเหล่านี้จะมาปลดล็อคการเปลี่ยนแปลง Customer Experience ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่จะนำมาปรับปรุงใน Product และ Service, การหา Insight เพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ สิ่งพวกนี้ AI จะมีผล

1 ใน Session ที่ DavoS ที่คุยกันใน World Economic Forum ว่าโลกใบนี้จะ Grow ยังไง ครึ่งหนึ่งของคนมางาน คุยกันเรื่อง AI เป็น Evidence ว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องที่เราต้องเอามาพิจารณาและเริ่มต้นทำเดี๋ยวนี้ ถ้าเรื่องสุดท้าย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ Amazing คือ “Dream Bigger” เพราะผมมีความรู้สึกว่าเป็นโอกาสจริงๆ ที่เราจะได้ Create ที่เราจะไม่ได้เป็นแค่ User ของ IT 

ถูกใช้พูดถึงศักยภาพที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง—จากความท้าทายด้านเศรษฐกิจสู่โอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ “ยิ่งใหญ่กว่า” (Dream Bigger) 

2. Generative AI เข้าใจมนุษย์มากขึ้น

วันนี้คอมฯ เข้าใจเรา เป็น Big Change เข้าใจเราจากการฟังเสียงที่เราบอก, คุย, สั่งงาน AI หรือบอก AI เข้าใจเราจากข้อความที่เราส่งให้ AI เข้าใจเราจากรูปที่ AI เห็น
AI เข้าใจเราจากวิดีโอที่เค้าดู นี่คือสิ่งที่เกิดความแตกต่าง มันทำให้เราสามารถเข้าถึงอะไรได้ครับ?

ถ้าทุกคนมองทางซ้ายมือนิดหน่อยนะครับ เมื่อมันเข้าใจเราแล้ว มันได้ประโยชน์อะไร? อันดับแรก เรื่องของ Knowledge เรากำลังพูดถึงข้อมูลของโลกใบนี้ที่เราเข้าถึงได้ในเกือบทุกศาสตร์วิชา ให้ท่านลองคิดดูเลยว่า ศาสตร์ไหนบ้าง? ผมมั่นใจว่าบางเรื่องอาจจะยังไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่บางเรื่องดีมาก
AI สามารถเข้าใจภาษา ข้อความ เสียง รูปภาพ และวิดีโอได้ ทำให้มนุษย์สามารถสื่อสารกับระบบคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม

3. AI ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ

เพียงใส่บทสวดบาลีใน AI ก็แปลไทยได้

AI ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่คิดเชื่อมโยงข้อมูล วางแผนและเข้าถึงด้วย Insight ออกมาเป็น Data เป็นได้ทั้งรูปภาพ, เป็นเสียง หรือวิดีโอ เช่น ทุกคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดดำๆ เดินบนถนนในวีดิโอ นั่นคือวิดีโอที่สร้างขึ้นด้วยโมเดล Sora Model นะครับ แค่พิมพ์คำสั่งเป็นภาษาของมนุษย์ ออกมาเป็นวิดีโอ นี่คือความสามารถของมันที่อายุเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น

4. AI Agent และการนำไปใช้ในองค์กร


เราเห็นศักยภาพและ Potential ของมันอีกมหาศาล แต่อยากจะบอกให้ทุกคนทราบว่าวันนี้มันมาถึงจุดที่เราสามารถสร้าง AI Agent ได้แล้ว AI Agent นี้สามารถ Take Action ในงานบางงานที่เราสั่งให้มันทำได้ วันนี้ผมสามารถมี AI Agent มาช่วยทำงานได้ 10 หรือ 20 ตัวก็ได้
คำถาม คือ สร้างไป 20 ตัวแล้วจะควบคุมมันยังไง ผมก็สร้าง AI Agent อีกตัวหนึ่งขึ้นมารับหน้าที่ควบคุมพวกมัน คือ สิ่งที่เราจะเห็นในปี 2025 ว่าเราจะเริ่มเห็น AI Agent มากขึ้น

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ยกตัวอย่าง Use Case ที่ค่อนข้างเกี่ยวข้อง (relevant) กับทุกคนและทุกองค์กร โดยเฉพาะ Use Case ทางด้าน HR ที่ผมจะเล่าคราวนี้

ตัวอย่าง

ลูกค้ามีปัญหาว่าพนักงานในฝ่าย HR ไม่เพียงพอ พวกเขาต้องสัมภาษณ์คนประมาณ 1,000 คนเลยครับ สิ่งที่เราทำ คือสร้าง AI Agent ขึ้นมา เพื่อช่วยสัมภาษณ์ผู้สมัครผ่านวิดีโอ

AI Agent นี้จะดึงข้อมูลจากเสียงในการสัมภาษณ์ มาสรุปลงใน HR Form ครับ นอกจากนี้ AI Agent ยังดึงข้อมูลจาก Transcript, CV และ Resume มาสรุปใน HR Form ไป Map เข้ากับ Job Description และประเมิน (Evaluate) ว่าผู้สมัครคนนี้ผ่านเกณฑ์หรือไม่ หากผ่านแล้วจึงค่อยดำเนินการสัมภาษณ์รอบที่ 2 จะเป็นการสัมภาษณ์โดยมนุษย์ครับ

แต่สิ่งที่ผมพูดนี้อยากให้ทุกคนเห็นภาพว่า จำนวนพนักงาน HR ที่เคยมีปัญหา (Challenge) เนื่องจากต้องสัมภาษณ์คนจำนวนมาก ตอนนี้ลดลงแล้วนะครับ เพราะรอบแรกเราใช้ AI Agent ทำแทน แล้วรอบที่ 2 เราค่อยใช้คน

อีกตัวอย่างนึงเป็นการสร้าง AI Agent สำหรับฝ่ายกฎหมายขึ้นมา ระบุว่า ทีมกฎหมายช่วยรีวิวเอกสารนี้ให้หน่อย

หากอยากได้ความสามารถเพิ่มเติมของ AI Agent นอกเหนือจากฟีเจอร์เหล่านี้ อาจต้องใช้การผสมผสานระหว่างเครื่องมือถัดไป นั่นคือ การใช้ทั้ง Low Code และ High Code ครับ

5. ความสำคัญของการนำ AI มาปรับใช้อย่างถูกต้อง

การใช้ AI ต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และแนวทางการดำเนินงาน (Governance) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและความเสี่ยงอื่นๆหากแบ่ง Use Case เรื่องของ Data และ Security คือ หัวใจความปลอดภัยของ AI กรณีศึกษาจากองค์กรไทยที่ใช้ Copilot แบบไม่ควบคุมสิทธิ์ AI ดึงข้อมูลลับจาก SharePoint ที่แชร์สาธารณะกว่าพันจุด จนเกิดการรั่วไหลครั้งใหญ่

บทเรียนนี้สอนว่า ต้องเริ่มจาก Sandbox กำหนดสิทธิ์ชัดเจน เราก็ต้องป้องกัน (prevent) และใช้ Governance ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลไม่เหมาะสม สุดท้ายแล้ว การนำ AI ไปใช้ในทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก

6. Leadership และการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

การนำ AI มาใช้สำเร็จต้องอาศัยผู้นำที่กำหนดทิศทาง (Strategy) และสนับสนุนทรัพยากรที่เหมาะสม เช่น การฝึกอบรมและการวาง Roadmap เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร

Leadership ไม่ใช่แค่สั่งให้ ทำด้วย AI แต่ต้องเข้าใจระดับประยุกต์สู่ธุรกิจได้และผสาน AI เข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง ด้วยการวาง กลยุทธ์ AI Strategy และวาง Roadmap & Implement Plan

การเปลี่ยนแปลงสู่องค์กร AI-Driven เริ่มที่ Leadership ที่กำหนดทิศทางชัดเจน ไม่ใช่แค่สั่งทำ แต่ต้องลงทุนเทรนนิ่งและทรัพยากรให้ทุกคนใช้ AI แก้โจทย์ธุรกิจจริง

7. การเรียนรู้และการปรับตัว (Learning and Adoption)

การให้พนักงานทุกคนในองค์กรมีความสามารถในการใช้ AI จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

AI ลดเวลา 30 วัน เหลือ 30 นาที ปัจจุบันไม่ใช่แค่ Productivity แต่มันยังสร้างได้ทั้ง

  1. Opportunity
  2. Creativity

ทำได้จริงภายใน 1 วัน ถ้า Learning ถูกวิธี AI ที่ดีต้องเริ่มต้นที่ Business ไม่ใช่ Technology
จากตัวอย่างนี้ ทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจโจทย์ธุรกิจและใช้ AI แก้ปัญหาได้จริง
ถ้าผู้นำไม่ลงมือทำ ทั้งองค์กร AI จะกลายเป็นแค่เครื่องมือไร้ค่า
เมื่อพนักงาน 500-1,000 คนมี AI Capability องค์กรจะแข่งขันได้มากขึ้น เพราะการเรียนรู้ (Learning) และการนำไปใช้ (Adoption) คือ หัวใจของการเปลี่ยนแปลง

8. AI เป็นเครื่องมือที่ต้องใช้อย่างรับผิดชอบ

ผู้ใช้ต้องเข้าใจว่า AI ไม่ได้ทำงานเองโดยอัตโนมัติ แต่ต้องได้รับการออกแบบและควบคุมโดยมนุษย์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้องและมีคุณค่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือหัวใจใหม่ของธุรกิจ ผู้นำต้องไม่รอช้า—เปลี่ยนเกมด้วยการสัมภาษณ์งานใน 1 วัน แทน 4 สัปดาห์ ดักจับทั้งเสียงและสีหน้าเพื่อคุณภาพที่แม่นยำ

องค์ความรู้ 30 ปีไม่สูญหายอีกต่อไป แปลงประสบการณ์รุ่นพ่อเป็น My GPT ภายใน 2 สัปดาห์ ด้วยต้นทุนต่ำกว่า ChatGPT 100 เท่า หรือข่าว DeepSeek ซึ่งเป็นข่าวใหญ่มากเลย ใช้ต้นทุนต่ำกว่า ChatGPT ถึง 100 เท่า แถมทำงานได้เร็วมาก คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ รู้สึกชื่นชอบมาก
ถ้าเราพูดถึงเรื่อง High Code ที่ผมกล่าวไป คือ Microsoft Azure AI Foundary ครับ ซึ่งในนั้นมีโมเดลมากกว่า 1,800 โมเดล และ DeepSeek เองก็อยู่ในนั้นด้วยครับ เพราะงั้นพี่ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเทคโนโลยีเลย
.
สิ่งที่เราต้องให้ระบบทำได้มีแค่ 3 ข้อหลักๆ เท่านั้น

  1. ต้นทุนต่ำที่สุด
  2. ความแม่นยำ (accuracy) ดี
  3. ตอบสนอง (response) ได้เร็ว

แค่นี้เองครับ แล้วให้ทีมงานไปเลือกโมเดลเองได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Small Language Model, Large Language Model หรือแม้กระทั่ง whatever model, Mixed Model ก็สามารถทำได้ครับ

สุดท้ายแล้วครับ ผมขอฝากประโยคนี้ไว้กับทุกคน AI is your power to transform yourself, work, and your world

ข้อสรุป:

เราสามารถให้ Copiot ช่วยเหลือผู้บริหารดูแล Marketing, HR, Finance โดยสามารถใช้ประโยชน์จาก Copilot ในยุค AI Transformation

Source:

Youtube