7 สิงหาคม 2567 Flowith ระบบปฏิบัติการสำหรับทำงานเชิงลึก ที่เอาไว้ให้บอทไปทำงานแทนเรา บนเว็บและแอปต่าง ๆ แล้วลงมือค้นหาข้อมูลเอง ทำงานหลาย Steps เอง ไม่ใช่แค่ตอบแชตสวย ๆ

28 ตุลาคม 2568 เปิดตัว FlowithOS เป็น AI Agent Operating System ที่สร้างมา เพื่อ AI Agent ตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่เอา LLM ใส่ UI สวย ๆ แล้วจบ

จุดขาย คือ ให้ AI ลงมือทำงานจริง เช่น วิจัย, โพสต์คอนเทนต์, แก้ปัญหาหลายขั้นตอน ด้วย Prompt เดียว

ฟังก์ชันใน Flowith OS

  1. Canvas
    • สนามเด็กเล่นสำหรับ context ที่เอาไว้ช่วย มองเห็นความคิดตัวเอง แบบเป็นภาพรวมชัด ๆ
  2. Knowledge Garden
    • ระบบ Context แบบ Unified ที่ช่วย เพาะและดูแล ความรู้ของคุณ ให้เชื่อมโยงกันได้ดี เติบโตต่อ และเอาไปใช้ร่วมกับ AI ได้เต็มที่
  3. Infinite Agent
    • Agent Neo ช่วยลงมือทำตามสิ่งที่คุณคิด ด้วย Infinite Steps มี Contextual Awareness และเข้าถึงทุก tool ที่คุณจำเป็นต้องใช้
      • Contextual Awareness: AI ที่เข้าใจว่า ตอนนี้เรากำลังทำอะไร อยู่ขั้นตอนไหน เคยคุยอะไรกันไปแล้ว เป้าหมายงานคืออะไร
  4. NeoOS Agent
    • From Web to World คือ AgenticOS ที่ฉลาดที่สุด ที่เปลี่ยน Browser ของคุณ ให้เป็น Value ที่จับต้องได้ในโลกจริง

ข้อดี

  1. ลดงานรูทีนที่ต้องคลิกเยอะ ๆ ได้จริง ไม่ต้องให้คนมานั่งกดเว็บเดิมวนไปวนมา Agent ทำแทน ไม่ต้องรอ vendor เปิด API เพราะมันใช้ UI ที่เรามีอยู่แล้ว
  2. คิดแบบ ระบบ ได้ ไม่ใช่แค่ถาม–ตอบในแชต ด้วย canvas + multi-agent ทำให้เราออกแบบ process ชัด ๆ ได้เลยว่าใครทำอะไร ก่อน–หลังยังไง แล้วค่อยปล่อยให้ agent วิ่งตามแผน
  3. มี memory สำหรับโปรเจกต์ยาว ๆ ดีกว่าการเปิดแชตใหม่ทุกครั้ง ทำงานรีเสิร์ชหลายชั่วโมงหรือหลายวันยังเก็บ context เดิมไว้ได้ระดับหนึ่ง

ข้อจำกัด / ความเสี่ยง

  1. ยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อยู่ช่วง beta
    • จากหลายแหล่งยังพูดถึงในมุม ทดลองใช้, โหลดลง Windows ตัวแพลตฟอร์มมีความเสถียรภาพ, ฟีเจอร์, ราคา อาจยังเปลี่ยนเร็วอยู่ ไม่ควรโยนงาน critical ทั้งหมดให้มันในครั้งเดียว
  2. Tool flakiness + การพึ่งเว็บภายนอก
    • ถ้าเว็บที่ให้ Agent ไปกด มี Rate Limit / ล่ม / เปลี่ยน UI บ่อย ๆ workflow ก็พังง่าย
    • รีวิวบางชิ้นบอกตรง ๆ ว่าต้องเผื่อ error handling / fallback ไว้ ไม่ใช่คิดว่ามันจะรันลื่น 100%
  3. เรื่องข้อมูลสำคัญ / ความเป็นส่วนตัว
    • คุณต้องให้ Agent เข้าระบบที่มี user/password, ข้อมูลลูกค้า, เอกสารภายใน
    • ต้องเช็กให้ชัดว่า policy ขององค์กรรับได้แค่ไหน, ส่งข้อมูลไปผ่านใคร, เก็บ log ยังไง ฯลฯ สุดท้ายองค์กรต้องวาง Governance เพิ่มเองอยู่ดี

FlowithOS เอาไปใช้อะไรได้จริงบ้าง

  1. คอนเทนต์ / การตลาด
    • ทำ 24/7 X Content Engine ที่มันจะ:
    • ไล่อ่านข่าว/โพสต์บน Hacker News หรือแหล่งอื่น
    • เลือกเรื่องที่เหมาะกับเพจ/แบรนด์เรา
    • เขียนโพสต์ใน โทนเสียงของเรา
    • แล้วตั้งคิวโพสต์ลง X อัตโนมัติ
  2. งานวิจัย + รายงานสำหรับทีมธุรกิจ
    • ตั้ง workflow ให้ agent:
      • หา competitor / product / pricing จากหลายเว็บ
      • ดึงตัวเลขสำคัญมาใส่ตาราง
      • สรุป insight + ทำสไลด์ร่างหรือ Google Docs ให้เลย
  3. Automation ฝั่ง Ops / Back-office
    • ดึงข้อมูลคำสั่งซื้อ / Stock / Ticket จากหลายระบบที่ไม่มี API ตรง แต่ใช้วิธีให้ Agent กดหน้าจอ แทนคน ทำงานจำพวก:
      • กรอกฟอร์มสมัคร / ทำเคสเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
      • อัปโหลดไฟล์ / ดาวน์โหลดรายงานประจำวัน
      • ทำ Monitoring บางอย่างแล้ว แจ้งเตือนถ้ามีเงื่อนไขเกิดขึ้น

ข้อสรุป:

FlowithOS Agent OS ระบบจัดการให้ทีม AI มาช่วยคิด วางแผน แล้วลงมือทำงานบนเว็บแทนเรา ทั้งหาข้อมูล เขียนสรุป กรอกฟอร์ม และงานเดิม ๆ ที่เคยต้องคลิกเอง

Source:

Nova Buddy Bytes (FB), Flowith OS, Youtube