
10 กันยายน 2568 Replit เปิดตัว Agent 3 Agent ทำงานอัตโนมัติ ตั้งแต่สร้างแอป ทดสอบ แก้บั๊ก จนถึงสร้าง Agent/Automation ตัวอื่น ๆ ให้คุณได้เอง เร็วขึ้น 3 เท่า และลดต้นทุนกว่าเดิม 10 เท่า
ความสามารถของ Agent 3
- App Testing แบบอัตโนมัติ
- ตัดสินใจเองว่า เวลาไหนถึงจังหวะควรเทสต์ ไม่ได้เทสต์ทุกข้อความที่คุณส่ง
- เห็นหน้าพรีวิวเบราว์เซอร์ และ Cursor ที่ Agent ใช้งานจริง
- ถ้าใช้ Replit Auth มันจะล็อกอินทดสอบ flow ผู้ใช้ให้เอง
- หลังเทสต์ สรุปผลที่เจอ และ ลงมือแก้ ให้โดยอัตโนมัติ
- Max Autonomy (เวอร์ชั่น Beta) สำหรับงานใหญ่ที่เป้าหมายชัด
- Extended sessions รันงานยาวโดยไม่ต้องรอ input ตลอด
- Task management สร้าง/จัดลำดับ/ไล่ทำ task list ยาว ๆ เอง
- Self-supervision ประเมินงานตัวเองระหว่างรัน ปรับวิธีทำให้จบงาน
- Agents & Automations (โหมดใหม่)
- เริ่มจากหน้า Home เลือก “Agents & Automations”
- หน้าจอทำงานมี Agent pane + Admin dashboard สำหรับเทสต์บอท/เวิร์กโฟลว์
- ไม่มีหน้า preview แบบแอปทั่วไป—เน้น deploy ไปใช้นอกระบบ ผ่าน Integration (เช่น Slack, Telegram, Email)
- ต่อเครื่องมือยอดนิยมได้ลื่น: Notion, Linear, Dropbox, SharePoint ฯลฯ
- มี UI เชื่อมต่อ แทนการคัดลอก API keys เอง และส่ง credentials ให้ Agent อย่างปลอดภัย
- โฟลว์สร้างแอปแบบยืดหยุ่น
- เลือก Frontend-only เพื่อ prototype/iterate ดีไซน์อย่างไว
- หรือให้สร้าง Full-stack ตั้งแต่แรก แล้วค่อยเติม/สลับโหมดภายหลังได้
เอาไปต่อยอดกับงานอะไรได้บ้าง
- Slack bot ตอบคำถามเกี่ยวกับโค้ด โดยเชื่อมกับ GitHub
- Slack bot ดึง/ค้นข้อมูลจากฐาน Notion
- Meeting prep อัตโนมัติ ก่อนประชุมภายนอก 20 นาที ค้นข้อมูลแขก+บริษัท สรุปประเด็นด้วย AI แล้วบันทึกลง Google Drive
- อีเมลสรุปงานรายวัน จาก Linear แบบอัตโนมัติ
- Telegram bot จองคิวลง Outlook Calendar ได้โดยตรง
เหมาะกับใคร
- ทีมเล็ก/สตาร์ทอัพที่อยากทำงานมากขึ้นด้วยคนน้อยลง
- ฝ่าย Product/Engineering ที่ต้องการ build-test-fix เร็วขึ้น ลดบั๊กระหว่างทาง
- ทีม Ops/Business/HR ที่อยาก automation งานซ้ำ ๆ และเชื่อมเครื่องมือเดิมให้ทำงานเอง
และในช่วงวันเปิดตัวนี้เอง Replit ระดมทุนรอบใหม่ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่ารวมใกล้จะแตะ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 3 เท่าจากปี 2023) โดยรายได้แบบรายปี โตจาก 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในไม่ถึงปี นำโดย Prysm Capital พร้อม Amex Ventures และ Google’s AI Futures Fund ขณะที่ YC, Craft, a16z, Coatue และ Paul Graham เพิ่มการลงทุน
เงินทุนจะใช้ขยายทีม เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และรุกตลาดองค์กรและแนวทาง vibe-coding สำหรับคนไม่ถนัดโค้ด.
ข้อสรุป:
Agent 3 คือ Agent ตัวช่วยสร้าง-ทดสอบ-แก้-เชื่อมระบบ แบบอัตโนมัติที่ยกระดับจากรุ่นก่อนชัดเจน ทั้งเร็ว คุ้ม และยืดหยุ่น เหมาะกับทีมที่อยากเร่งสปีดการพัฒนาและเอางานอัตโนมัติมาช่วยลดภาระคนครับ




