โดย Insightist™ | เผยแพร่: 17 ตุลาคม 2569 | อ้างอิง: World Bank Blog

สรุปสาระสำคัญ

  • 71% ของบริษัทที่สำรวจใช้ AI แล้ว แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แทนบริษัททั้งหมดในตลาดเกิดใหม่
  • ในกลุ่มที่ใช้ AI ภายในองค์กร มีเพียง 10% ที่ผสาน AI เข้าไปทั่วกระบวนการทำงานหลักภายใน
  • ประมาณ 70% ระบุว่าพนักงานใช้แอป AI เป็นประจำ แต่มีเพียง 30% ที่ระบุว่าสร้างโซลูชัน AI ภายในองค์กรได้
  • 43% ของบริษัทที่ใช้ AI ตั้งใจยกระดับทักษะพนักงานเดิม
  • 93% ของบริษัทที่ใช้ AI รายงานด้วยตัวเองว่าเกิดผลดีต่อธุรกิจ ผลสำรวจไม่ได้ยืนยันขนาดของผลลัพธ์เหล่านั้น

บริษัทใช้ AI มากขึ้น แล้วงานเปลี่ยนไปแค่ไหน?

บทความ World Bank Blogs เผยแพร่วันที่ 14 ตุลาคม 2026 อ้างอิงผลสำรวจของ International Finance Corporation หรือ IFC จากบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน private equity และ venture capital ซึ่งบทความเรียกว่า frontier firms หรือบริษัทแนวหน้า

แม้ 71% จะใช้ AI แล้ว แต่ระดับการใช้งานแตกต่างกันมาก

ในกลุ่มที่ใช้ AI ภายในองค์กร 57% ยังทดลองหรือใช้งานจำกัด และมีเพียง 10% ที่ผสานเข้าไปทั่วกระบวนการทำงานหลักภายใน ส่วนกลุ่มที่นำ AI ไปใส่ในผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับลูกค้า 45% ยังทดลองหรือใช้จำกัด และ 19% ระบุว่า AI เป็นแกนหลักของโมเดลธุรกิจ

จึงต้องดูต่อจากคำว่า “ใช้แล้ว” ว่า AI เข้าไปมีบทบาทกับงานสำคัญของบริษัทมากเพียงใด

ทักษะ AI มี 3 ระดับที่องค์กรควรมองให้ครบ

บทความอธิบายความสามารถตั้งแต่การใช้เครื่องมือ ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันภายในองค์กร

  1. ใช้ AI ในงานประจำวัน เช่น วิเคราะห์ความคิดเห็นลูกค้าหรือสร้างคอนเทนต์ ประมาณ 70% ของบริษัทที่สำรวจระบุว่าพนักงานใช้แอป AI เป็นประจำ
  2. เชื่อม AI เข้ากับกระบวนการธุรกิจ จนปรับวิธีทำงานหรือผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าได้ ประมาณครึ่งหนึ่งระบุว่ามีความสามารถระดับนี้
  3. พัฒนาและปรับโซลูชันภายในองค์กร มีเพียง 30% ที่ระบุว่าทำได้

ความต่างนี้ช่วยอธิบายว่า ทำไมการมีพนักงานใช้ AI จำนวนมากจึงอาจยังไม่ทำให้ทั้งองค์กรเปลี่ยนตาม

อัปสกิลคนเดิมสำคัญ แต่ต้องมีความสามารถอื่นเสริมด้วย

บริษัทที่ใช้ AI จำนวน 43% ระบุว่าตั้งใจยกระดับทักษะพนักงานเดิม ขณะที่ 9% ใช้การจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นแนวทางหลัก และ 1% ใช้การจ้างภายนอกเป็นหลัก

อีกด้านหนึ่ง 24% คาดหวังให้พนักงานทำได้มากขึ้นในบทบาทเดิม และ 23% ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทักษะบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้เขียนจึงตั้งข้อสังเกตว่า การฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ องค์กรอาจต้องเสริมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและทักษะของผู้บริหาร เพื่อปรับ AI ให้เข้ากับงานและบริบทของธุรกิจ

ผลดีที่เห็นตอนนี้หนักไปทางผลิตภาพ

93% ของบริษัทที่ใช้ AI รายงานด้วยตัวเองว่าได้รับผลเชิงบวกทางธุรกิจ ประโยชน์ที่ถูกระบุบ่อยที่สุดคือผลิตภาพ 54% เทียบกับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 15%

ตัวเลข 54% หมายถึงสัดส่วนบริษัทที่ระบุประโยชน์ด้านผลิตภาพ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภาพเพิ่มขึ้น 54%

ผลสำรวจยังพบว่า บริษัทที่ใช้ AI ลึกกว่ามีแนวโน้มรายงานประโยชน์ด้านนวัตกรรมมากกว่า แต่ข้อมูลนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้ AI ลึกขึ้นเป็นสาเหตุโดยตรงของผลลัพธ์ทั้งหมด

ธุรกิจนำประเด็นนี้ไปใช้ต่ออย่างไร?

แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อเสนอประยุกต์จากประเด็นในบทความ

  1. เลือกงานที่มีปัญหาชัดเจน เช่น ใช้เวลานาน ผิดพลาดบ่อย หรือส่งต่องานติดขัด
  2. ตรวจว่าทีมขาดทักษะการใช้เครื่องมือ การเชื่อมระบบ หรือการบริหารการเปลี่ยนแปลง
  3. กำหนดคนรับผิดชอบและวัดผลก่อนขยายการใช้งาน โดยดูทั้งเวลา คุณภาพ ต้นทุน และผลต่อลูกค้า

สำหรับทีมคอนเทนต์ อาจเริ่มจากกระบวนการผลิตหนึ่งชิ้น แล้วติดตามว่า AI ช่วยลดเวลาได้ตรงไหน งานผ่านการตรวจคุณภาพหรือไม่ และทีมต้องแก้ซ้ำมากน้อยเพียงใด

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: 71% หมายถึงบริษัททั้งหมดในตลาดเกิดใหม่หรือไม่?

A: ไม่ใช่ เป็นสัดส่วนในกลุ่มบริษัทแนวหน้า 1,666 แห่งที่ IFC สำรวจ ซึ่งมีธุรกิจในตลาดเกิดใหม่และได้รับการสนับสนุนจากกองทุน PE หรือ VC

Q: พนักงานใช้ ChatGPT หรือ Claude แล้ว ถือว่าองค์กรใช้ AI ลึกหรือยัง?

A: ถือว่าเริ่มใช้ AI แล้ว แต่ความลึกต้องดูต่อว่าเชื่อมเข้ากับกระบวนการทำงาน ผลิตภัณฑ์ หรือโมเดลธุรกิจมากเพียงใด

Q: ทุกบริษัทต้องสร้างโมเดล AI เองหรือไม่?

A: บทความไม่ได้ระบุว่าทุกบริษัทต้องทำเอง ตัวเลข 30% สะท้อนความสามารถในการสร้างโซลูชันภายในองค์กร ส่วนแนวทางที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากงาน ทรัพยากร และบริบทธุรกิจ

Q: 93% เห็นผลดี หมายถึงกำไรเพิ่มขึ้นหรือไม่?

A: ไม่ได้หมายความเช่นนั้น เป็นการรายงานผลเชิงบวกด้วยตัวเอง ซึ่งครอบคลุมผลลัพธ์หลายด้าน โดยผลิตภาพเป็นประโยชน์ที่ถูกระบุบ่อยที่สุด

ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk หรือ @nhx2358e

Source:

World Bank Blog