โดย Insightist™ | เผยแพร่: 14 ตุลาคม 2569 | อ้างอิง: Google Blog

สรุปสาระสำคัญ

  • สมาชิก Google AI Pro และ Ultra เข้าถึง Argon ในแอป Gemini และ AI Mode ใน Search ได้
  • นักพัฒนาใช้ผ่าน Gemini API แบบเสียเงิน ส่วน Argon ใน Google Antigravity เปิดให้สมาชิก Ultra
  • Gemini เชื่อมต่อแอปกว่า 40 แอป แต่บริการที่ใช้ได้ต่างกันตามประเทศและภาษา
  • ตัวเลขประสิทธิภาพที่ Google ประกาศเป็นผลเฉพาะการทดสอบและกรณีศึกษาแต่ละงาน

Gemini 4 Argon ช่วยทำอะไรได้บ้าง?

Argon เน้นงานที่ต้องอ่านข้อมูล ใช้เหตุผล และลงมือทำหลายขั้นตอนต่อเนื่อง ครอบคลุมงานโค้ด เอกสารธุรกิจ กฎหมาย การเงิน วิทยาศาสตร์ และภาพ 3 มิติ

Google ยกตัวอย่างการรวบรวมข้อมูลโครงการเป็นสไลด์เสนอลูกค้า สร้างเกมสามมิติจากภาพถ่าย และช่วย Isomorphic Labs อ่าน PDF กับสิทธิบัตรที่ซับซ้อนเพื่อดึงข้อมูลสำหรับงานค้นพบและออกแบบยา ทั้งหมดเป็นตัวอย่างการทำงานร่วมกับข้อมูลและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าทุกงานจะสำเร็จด้วยคำสั่งเดียว

มีผลจากงานจริงให้ดูหรือยัง?

มี โดยกรณีที่เห็นขอบเขตงานชัดคือโครงการ ADK ของ Google ทีมให้ Argon ทำงานข้ามคืนประมาณ 11 ชั่วโมงกับโค้ด Python ราว 205,000 บรรทัด

การปรับปรุงที่ทีมตรวจและนำไปใช้ช่วยลดเวลาเตรียม session ในหน่วยความจำประมาณ 40% สำหรับ session ยาว และทำให้การโหลดแพ็กเกจครั้งแรกเร็วขึ้น 21% ขณะเดียวกัน ทีมปฏิเสธข้อเสนอปรับปรุงอีก 4 รายการหลังตรวจโค้ด จึงยังมีบทบาทของคนในการตัดสินใจรับผลงาน

ด้านหุ่นยนต์ Google รายงานคะแนน ERQA ที่ 87% ซึ่งทดสอบความเข้าใจปัญหาทางกายภาพและพื้นที่สามมิติ ตัวเลขนี้บอกผลในแบบทดสอบดังกล่าว ไม่ใช่อัตราความสำเร็จของหุ่นยนต์ทุกงาน

คนทำคอนเทนต์และธุรกิจควรเริ่มตรงไหน?

มุมมองของ Insightist คือ ควรเริ่มจากงานที่ต้องรวบรวมข้อมูลหลายแหล่งและมีเกณฑ์ตรวจรับชัดเจน เช่น นำบรีฟกับเอกสารโครงการมาร่างข้อเสนอ หรือสร้างต้นแบบสื่อโต้ตอบเพื่อให้ทีมพิจารณาก่อนผลิตจริง

กำหนดให้ครบว่าใช้ข้อมูลชุดไหน ต้องส่งงานรูปแบบใด และจุดไหนต้องให้คนตรวจ แล้วเทียบเวลาทำงานรวมกับวิธีเดิม โดยนับเวลาแก้ไขผลงานด้วย วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าขั้นตอนไหนประหยัดแรงได้จริง

ใช้ได้ทุกฟีเจอร์ในไทยหรือยัง?

ยังไม่ควรตีความว่าฟีเจอร์ทั้งหมดเปิดเหมือนกันทุกประเทศ แม้ Google ประกาศทยอยเปิด Argon ทั่วโลก แต่แอปเชื่อมต่อส่วนใหญ่รองรับภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ และบางแอปขยายไปยังพื้นที่อื่น

ส่วน Antigravity ที่รวมอยู่ในแอป Gemini บน macOS เปิดเป็นภาษาอังกฤษสำหรับบัญชีที่เข้าเกณฑ์ในพื้นที่ที่รองรับ ผู้ใช้จึงควรตรวจเมนูและสิทธิ์ของบัญชีตัวเองก่อนวางกระบวนการทำงานบนฟีเจอร์เหล่านี้

ค่าใช้จ่าย API เท่าไร?

Google ประกาศราคาแนะนำแยกตามโทเคนข้อมูลเข้าและคำตอบออก ดังนี้

รายการราคาแนะนำถึง 30 พ.ย. 2026หลังช่วงราคาแนะนำสิ้นสุด
Input tokens 1 ล้านโทเคน2 ดอลลาร์4 ดอลลาร์
Output tokens 1 ล้านโทเคน10 ดอลลาร์20 ดอลลาร์

ราคานี้เป็นค่าใช้ API ของ Argon รุ่นที่เปิดให้สาธารณะ และแยกจากค่าสมาชิกแอป Gemini การประเมินต้นทุนงานหนึ่งชิ้นจึงต้องนับทั้งข้อมูลเข้าและคำตอบออก

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใช้ Argon ฟรีในแอป Gemini ได้ไหม?

A: ประกาศครั้งนี้ระบุสิทธิ์สำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Ultra ไม่ได้ระบุการเปิด Argon ให้บัญชีฟรี

Q: AI ทำงานต่อได้เมื่อเราไม่อยู่หน้าคอมหรือไม่?

A: Google ระบุว่ามอบหมายงานผ่านโหมดงานให้ Gemini ทำต่อได้แม้ผู้ใช้ไม่อยู่หน้าคอม โดยงานที่ทำได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและสิทธิ์ที่เชื่อมต่อ

Q: ตัวเลขลดเวลา 40% ใช้กับงานทั้งหมดหรือไม่?

A: ไม่ใช่ เป็นผลเฉพาะเวลาเตรียม session ในหน่วยความจำของ ADK สำหรับ session ยาว ตามกรณีศึกษาที่ Google เผยแพร่

ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk หรือ @nhx2358e

Source:

Google Blog 1, Google Blog 2, Google Blog 3