โดย Insightist™ | เผยแพร่: 6 กันยายน 2026 | อ้างอิง: จากงาน Qwen Conference Thailand 2026 (จัดขึ้น 4 กันยายน 2026 กรุงเทพฯ)
สรุปสาระสำคัญ
- QwenWork แพลตฟอร์ม AI Productivity มีผู้ใช้จ่ายเงินจริงกระจายอยู่ใน 43 ประเทศ รวมถึงไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- 34% ของผู้ใช้จ่ายมากกว่าเดือนละ 200 ดอลลาร์ เปิดใช้งานมากกว่าครึ่งหนึ่งของวันทำงานทั้งหมด เฉลี่ย 13 งานซับซ้อนแบบรันยาวต่อคน
- Jacob Si วิทยากรจาก QwenWork ชี้ว่าองค์กรที่ให้มนุษย์ขับเคลื่อนทุกขั้นตอนเอง (Copilot Phase) จะกลายเป็นคอขวดของตัวเอง ต่างจาก AI-Native ที่ให้ AI ทำงานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- มีตัวอย่างองค์กรจริง 6 กรณี ตั้งแต่ฟรีแลนซ์คนเดียวในบราซิล ไปจนถึงองค์กรกีฬาระดับโลกอย่าง World Aquatics
- อีกราว 18 เดือน ช่องว่างผลผลิตระหว่างองค์กรที่ปรับตัวเป็น AI-Native กับองค์กรที่ยังไม่ปรับ จะเห็นผลชัดเจนมาก
Insightist™ รายงานจากเวทีบรรยายจริงที่ Qwen Conference Thailand 2026 ถ้าทุกเช้าคุณยังต้องเปิดหลายแอปพร้อมกัน อัปโหลดไฟล์ ดาวน์โหลดผลลัพธ์ จัดฟอร์แมต แล้วค่อยส่งอีเมลเอง Jacob Si วิทยากรจาก QwenWork บอกตรงๆ บนเวทีว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจกำลังทำให้คุณกลายเป็นจุดอ่อนที่สุดขององค์กรตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ทำไม Jacob Si ถึงบอกว่าการใช้ AI แบบ Copilot ยังไม่พอ?
เพราะ Copilot ยังปล่อยให้มนุษย์เป็นคนขับเคลื่อนทุกขั้นตอนอยู่ดี งานเร็วขึ้นจริง แต่ความเร็วรวมทั้งระบบก็ยังจำกัดอยู่ที่ความเร็วของคน
เขายกวงการซอฟต์แวร์เป็นตัวอย่าง จากทีมราว 100 คนที่ต้องพึ่งเครื่องมือ SaaS นับสิบตัว วันนี้เหลือทีมราว 10 คนที่ทำงานคู่กับฝูง Agent และรอบอัปเดตที่เคยใช้เวลาเป็นเดือนก็เหลือแค่ไม่กี่วัน เขาให้กรอบเวลาไว้ชัดว่าอีกราว 18 เดือน ผลผลิตขององค์กรจะเปลี่ยนเร็วมาก ใครไม่ปรับตัวมีสิทธิ์โดนคู่แข่งแซง
ตัวเลขจาก QwenWork บอกอะไรเกี่ยวกับพฤติกรรมองค์กรทั่วโลก?
ตัวเลขที่ Jacob เปิดเผยบนเวทีแบ่งเป็น 4 ด้านชัดเจน
- ผู้ใช้ในต่างประเทศ — มีลูกค้าจ่ายเงินจริงกระจายอยู่ใน 43 ประเทศ นำโดยจีนและสหรัฐฯ รวมถึงไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การใช้จ่ายต่อเดือน — 34% ของผู้ใช้จ่ายมากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อเดือน
- ความถี่ในการใช้งาน — เปิดใช้แพลตฟอร์มมากกว่าครึ่งหนึ่งของวันทำงานทั้งหมด
- ปริมาณงานต่อคน — เฉลี่ย 13 งานซับซ้อนแบบรันยาวต่อผู้ใช้หนึ่งคน
AI-Native กับ Copilot ต่างกันตรงไหนกันแน่?
ข้อแตกต่างสำคัญที่สุดคือใครเป็นคนขับเคลื่อนงาน ใน Copilot Phase คนยังต้องอัปโหลด ดาวน์โหลด จัดฟอร์แมต ส่งอีเมลเอง ส่วน AI-Native ให้ AI เชื่อมกับเครื่องมือทั้งหมดแล้วลงมือทำงานแทนตั้งแต่ต้นจนจบ Jacob พูดถึงแนวคิดนี้ไว้ตรงๆ ว่า
“We believe that we should talk to the agent about how to do certain things, set the goals, set the metrics, and then step back so that we humans do not become the bottleneck in the process” — Jacob Si, Solution Evangelist, QwenWork
พูดง่ายๆ คือบอกเป้าหมายกับ Agent แล้วถอยออกมา ปล่อยให้มันทำงานได้เองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอใครตื่นมากดปุ่มต่อ
มีองค์กรจริงที่ทำสำเร็จตามแนวทางนี้บ้างไหม?
มี และ Jacob ยกมาถึง 6 กรณีบนเวที
- ฟรีแลนซ์ในบราซิล — ปิดงานวางกลยุทธ์ Go-to-Market ให้แบรนด์กาแฟได้ทั้งโปรเจกต์ โดยไม่ใช้ Office หรือ Adobe เลย
- ทีมการตลาดในญี่ปุ่น — ให้ Agent วางแผนแคมเปญผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและมอบหมายงานอินฟลูเอนเซอร์ต่อเอง
- ร้านอาหารเชนในเม็กซิโก — ให้ Agent ดูแลเว็บไซต์ ฐานข้อมูลการจอง และส่งแผนสั่งวัตถุดิบทุกเช้า
- บริษัทสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในบราซิล — ใช้ Agent ช่วยเลือกทำเลก่อสร้างและทำ Digital Twin 3 มิติให้ลูกค้าดู
- World Aquatics องค์กรกีฬาระดับโลก — สร้างหน้าแคมเปญ Twitter เสร็จในบ่ายเดียว และวิเคราะห์ผลแข่งขันว่ายน้ำจากไฟล์ PDF นับร้อยหน้า
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือลองสำรวจว่าเวิร์กโฟลว์ในทีมตัวเองยังอยู่ในเฟส Copilot หรือพร้อมขยับไปสู่ AI-Native แล้ว คำถามที่แต่ละองค์กรต้องตอบตัวเองไม่ใช่ “จะใช้ AI ไหม” แต่คือ “จะให้ AI อยู่ตรงไหนขององค์กรกันแน่” เพราะอีกแค่ 18 เดือน ช่องว่างนี้จะเห็นผลชัดเจนมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: QwenWork ใช้กับองค์กรขนาดเล็กได้ไหม
A: ได้ เพราะมีทั้งแพ็กเกจ Personal สำหรับมืออาชีพอิสระ และ Enterprise SaaS กับ Enterprise VPC สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
Q: My Context คืออะไร
A: ฟีเจอร์ที่รวบรวมข้อมูลงานกระจัดกระจายอยู่ใน Docs บทสนทนา และแชนแนลต่างๆ มาสรุปเป็นโปรไฟล์ให้ Agent อ่านได้ทันที โดยไม่ต้องอธิบายบริบทซ้ำทุกครั้ง
Q: ต้องเปลี่ยนทั้งองค์กรทีเดียวเลยหรือเปล่า
A: Jacob ไม่ได้ระบุว่าต้องเปลี่ยนทั้งหมดทันที แต่เน้นว่าองค์กรควรเริ่มออกแบบเวิร์กโฟลว์ใหม่ให้ AI อยู่แกนกลางตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนช่องว่างกับคู่แข่งจะถ่างออกในอีก 18 เดือน
Q: AI-Native ต่างจากการใช้แชตบอตทั่วไปช่วยงานยังไง
A: ต่างตรงที่ AI-Native ให้ Agent เชื่อมกับเครื่องมือทำงานจริงแล้วลงมือทำงานต่อเนื่องแทนคน ไม่ใช่แค่ตอบคำถามหรือช่วยร่างข้อความเป็นครั้งๆ ไป
ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk
Source:
จากงาน Qwen Conference Thailand 2026




