เผยแพร่: 30 เมษายน 2569
สรุปสาระสำคัญ
- ตลาดแรงงานปี 2026 เผชิญปัญหา Talent Matching ไม่ใช่การขาดแคลนคน โดย 50% ของ CPOs มองว่า Talent availability จะดีขึ้น แต่ความท้าทายอยู่ที่การเข้าถึงทักษะแห่งอนาคต
- องค์กร 83% จะเข้าสู่ระยะ Scaling การใช้ AI ใน 6-12 เดือนข้างหน้า เน้นการปรับโครงสร้างงานและ Workflow มากกว่าการฝึกอบรมแบบเดิม
- ภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อกลยุทธ์กำลังคน องค์กรต้องสร้างระบบ Internal Mobility และกระจาย Talent Hub หลายภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยง
ตลาดแรงงานปี 2026 ทำไมคนมีเยอะแต่หาคนเก่งยาก?
ปัญหาหลักของตลาดแรงงานในปี 2569 ไม่ใช่ปริมาณคนทำงาน แต่คือ Talent Matching และการเข้าถึงทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต จากมุมมองของ Chief People Officers (CPOs) กว่า 140 คนทั่วโลก พบว่า 50% เชื่อว่าการหาคนทำงานจะง่ายขึ้น ขณะที่ 30% มองว่าจะยากขึ้น และ 20% คาดว่าทรงตัว
ความแตกต่างของมุมมองแบ่งตามภูมิภาคอย่างชัดเจน:
- กลุ่มมุมมองบวก: East Asia & Pacific, China, Europe คาดการณ์ว่ามี Talent พร้อมใช้งานในระดับสูง
- กลุ่มระมัดระวัง: Sub-Saharan Africa และบางส่วนของ Latin America แม้ประชากรวัยทำงานเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างทักษะยังไม่ตอบโจทย์ตลาด
- กลุ่มมุมมองสมดุล: South Asia, MENA, Central Asia มีความท้าทายและโอกาสคละกันไป
องค์กรไม่ได้ต้องการคนเพิ่มในเชิงปริมาณ แต่ต้องการบุคลากรที่มี ทักษะระดับสูง และพร้อมปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขัน
องค์กรต้องปรับกลยุทธ์อะไรบ้างเพื่อรับมือกับยุค AI Scaling?
จากการสำรวจ ลำดับความสำคัญ 3 อันดับแรกที่องค์กรทั่วโลกกำลังดำเนินการ ได้แก่
- ปรับโครงสร้างองค์กรและออกแบบบทบาทงานใหม่ (74%) เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลง
- ยกระดับทักษะและสอนทักษะใหม่ (70%) มุ่งเน้น Upskilling และ Reskilling ที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี
- สนับสนุนการนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในงานจริง (70%) ขยายผลจากขั้นทดลองสู่การใช้งานเชิงปฏิบัติการ
ปี 2569 ถือเป็น Scaling Phase ของ AI ในสถานที่ทำงาน โดย 83% ของผู้บริหารคาดว่าองค์กรจะเข้าสู่ระยะขยายผลการใช้ AI ข้ามหลายฝ่ายภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 17% ยังอยู่ในขั้นทดลองหรือ Pilot
การฝึกอบรมแบบบังคับเรียนไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรต้องออกแบบ Workflow ใหม่ ที่ให้ AI เข้ามาเสริมบทบาทการทำงานจริง พร้อมทั้งปรับระบบการวัดผลและการจัดการ Talent เพื่อรองรับโมเดลการทำงานแบบ Human + AI
ภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อการวางแผนกำลังคนอย่างไร?
ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนย้ายคนและกลยุทธ์การจัดการกำลังคนมากกว่าที่เคย ปัจจัยที่มีผลกระทบสูงสุดได้แก่
- นโยบายรัฐที่แทรกแซงตลาดแรงงาน เช่น โควตาการจ้างงานคนท้องถิ่น
- กฎหมายวีซ่าและการจำกัดการย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดน
- ภัยคุกคามทางไซเบอร์และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสำคัญ
- ความตึงเครียดทางการค้าและความมั่นคงพลังงานระดับภูมิภาค
ผลกระทบที่องค์กรเผชิญจริง ได้แก่ การเข้าถึง Talent ต่างประเทศยากขึ้น ต้นทุนค่าจ้างในบางพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการทักษะที่เปลี่ยนแปลงตามบริบทของแต่ละภูมิภาค
องค์กรชั้นนำรับมือกับความไม่แน่นอนด้านกำลังคนด้วยวิธีใด?
องค์กรที่กำลังปรับตัวได้ผลใช้กลยุทธ์เชิงรุก 4 ด้านหลัก:
สร้างระบบ Internal Mobility และ Rapid Redeployment (50%) เพื่อเคลื่อนย้ายบุคลากรภายในองค์กรได้รวดเร็วตามความต้องการธุรกิจ
ยกระดับมาตรฐาน Cybersecurity โดยเฉพาะสำหรับบทบาทงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหวหรือระบบสำคัญ
ปรับโครงสร้างค่าตอบแทน ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่และความแตกต่างของตลาดแรงงานในแต่ละพื้นที่
สร้างหลาย Talent Hub ในระดับภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งกำลังคนเพียงแห่งเดียว และทำ Scenario Planning เตรียมพร้อมรับความผันผวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปัญหาหลักของตลาดแรงงานปี 2026 คืออะไร?
ไม่ใช่การขาดแคลนคน แต่คือ Talent Matching หรือการจับคู่ทักษะที่องค์กรต้องการกับบุคลากรที่มีอยู่ รวมถึงการเข้าถึงทักษะแห่งอนาคตที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
องค์กรควรเริ่มปรับใช้ AI ในการทำงานอย่างไร?
ควรเริ่มจากการปรับโครงสร้างบทบาทงานและออกแบบ Workflow ใหม่ให้ AI สามารถเสริมการทำงานได้จริง แทนการฝึกอบรมแบบทั่วไป โดยมุ่งเน้นการวัดผลที่ประสิทธิภาพของระบบ Human + AI
ภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อการจ้างงานอย่างไร?
ส่งผลผ่านนโยบายวีซ่า โควตาจ้างงานท้องถิ่น และกฎระเบียบด้านข้อมูลที่จำกัดการเคลื่อนย้ายคนข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรต้องปรับกลยุทธ์การเข้าถึง Talent เป็นแบบหลายภูมิภาค
องค์กรควรเตรียมความพร้อมด้านทักษะพนักงานอย่างไร?
เน้น Upskilling และ Reskilling ที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมสร้างระบบ Internal Mobility เพื่อให้สามารถโยกย้ายบุคลากรไปยังบทบาทที่ต้องการทักษะเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว
ข้อสรุป: ความเก่งต้องมาคู่กับความยืดหยุ่น
ปี 2569 คือจุดเปลี่ยนที่ AI ไม่ใช่เครื่องมือเสริม แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานหลัก องค์กรที่สามารถปรับ Workflow ให้มนุษย์และระบบอัจฉริยะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นในการจัดการกำลังคน จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของตลาดแรงงานโลก



