เผยแพร่: 18 เมษายน 2569
สรุปสาระสำคัญ
- Google เริ่มทดสอบฟีเจอร์ Pay per Request ในหน้าเครื่องมือ Dev ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569
- ผู้ใช้สามารถสลับไปใช้สิทธิ์จากสมาชิก Gemini Pro หรือ Ultra ที่มีอยู่ แทนการซื้อเครดิตแยก
- ฟีเจอร์นี้ครอบคลุมถึงรุ่น Pro ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการบิลสำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
- โหมดใช้สิทธิ์สมาชิกอาจมีข้อจำกัดบางประการในการเข้าถึงโมเดลหรือฟีเจอร์ขั้นสูงบางรายการ


Google Pay per Request คืออะไร และทำงานอย่างไร
Pay per Request คือระบบการชำระเงินแบบใหม่จาก Google ที่อนุญาตให้ผู้พัฒนาใช้สิทธิ์จากสมาชิก Gemini Pro หรือ Ultra ที่มีอยู่ เพื่อเรียกใช้ API ในการสร้างระบบหรือทดสอบฟีเจอร์ โดยไม่ต้องซื้อเครดิตแยกต่างหาก ฟีเจอร์นี้เริ่มเปิดทดสอบในหน้าเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา (Dev Tools) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่องว่างระหว่างผู้ใช้ทั่วไปและผู้พัฒนาระบบ
ใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่นี้
**ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก **(SMBs) จากข้อมูลของ Google ยืนยันว่าแผนนี้ครอบคลุมถึงรุ่น Pro ไม่ใช่จำกัดเฉพาะรุ่นระดับสูงเท่านั้น ทำให้ผู้ที่มีสมาชิกอยู่แล้วสามารถเริ่มต้นทดลองสร้างระบบอัตโนมัติได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดสรรงบสำหรับเครดิตเสริมหรือความซับซ้อนในการจัดการบิลหลายรายการ
โหมดใช้สิทธิ์สมาชิกแตกต่างจากโหมดซื้อเครดิตอย่างไร
โหมดที่ใช้สิทธิ์จากสมาชิกอาจยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโมเดลบางรุ่นหรือฟีเจอร์ขั้นสูงบางรายการ เมื่อเทียบกับโหมดการซื้อเครดิตแบบเต็มรูปแบบ แม้ Google จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดขอบเขตความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ทิศทางโดยรวมมุ่งเน้นการรวมศูนย์และลดความซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Pay per Request เปิดให้ใช้งานแล้วหรือไม่
ขณะนี้ฟีเจอร์อยู่ในระยะทดสอบ (Testing Phase) ในหน้าเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาของ Google ยังไม่มีการประกาศวันเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ผู้ที่มีสมาชิก Gemini Pro ใช้ฟีเจอร์นี้ได้หรือไม่
ได้ โดยทาง Google ยืนยันว่าแผนนี้ครอบคลุมถึงรุ่น Pro ทำให้ผู้ใช้รุ่นนี้สามารถสลับไปใช้สิทธิ์สมาชิกสำหรับการเรียกใช้ API ได้เช่นเดียวกับรุ่น Ultra
โหมดใช้สิทธิ์สมาชิกมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
โหมดนี้อาจไม่สามารถเข้าถึงโมเดลหรือฟีเจอร์ขั้นสูงบางรายการได้ครบถ้วนเท่ากับโหมดการซื้อเครดิตเต็มรูปแบบ แต่เหมาะสำหรับการทดสอบและพัฒนาเบื้องต้น
ธุรกิจขนาดเล็กได้ประโยชน์อย่างไรจากฟีเจอร์นี้
ธุรกิจขนาดเล็กสามารถลดต้นทุนเริ่มต้นในการทดลองสร้างระบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องจัดหางบประมาณสำหรับซื้อเครดิตแยก หรือกังวลเรื่องเครดิตหมดกลางกระบวนการพัฒนา
Google จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อใด
ขณะนี้ Google ยังไม่กำหนดเวลาการเปิดเผยขอบเขตความแตกต่างระหว่างโหมดการใช้งานอย่างชัดเจน แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากช่องทาง Google for Developers



