ในปี 2026 นี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคำว่า AI ได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในบทสนทนาของพวกเราทุกคนแล้ว แต่คำถามสำคัญที่คนทำธุรกิจต้องหยุดคิดคือ คนไทยรู้จัก AI จริง ๆ หรือแค่เคยได้ยินชื่อ?
จากผลงานวิจัยล่าสุด thAI Consumer AI Adoption 2026 ซึ่งเป็นการจับมือกันครั้งสำคัญระหว่าง ยานแม่ อย่าง SCBX และ Partners วิจัยระดับโลกอย่าง Ipsos และ Vitamin Consulting เราได้พบความจริงที่น่าตกใจว่า แม้คนไทยกว่า 90% จะรู้จัก AI แล้ว แต่มีเพียงแค่ 16% เท่านั้นที่เข้าใจและใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
สรุปคลิป หนุ่ย พงศ์สุข บุกไปคุยกับ 4 ผู้บริหาร ใน thAI Consumer AI Adoption 2026 จากช่อง BT Beartai แบไต๋
1. ภาพรวมคนไทยกับ AI: รู้จักแต่ยังไม่เข้าถึง
– ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดจากงานวิจัยนี้คือ คนไทยรู้จัก AI เยอะมากถึง 90% แต่พอมาดูคนที่เข้าใจและใช้งานจริง กลับเหลือเพียง 16% เท่านั้น ข้อมูลนี้บอกเราว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังแค่เคยได้ยินชื่อ หรือใช้ผ่านแอปฯ ต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว เช่น การดูคลิปแนะนำใน TikTok หรือ Netflix ซึ่งนี่ยังมีช่องว่าง (Gap) อีกมหาศาลให้ธุรกิจเข้ามา Educate หรือสร้างความมั่นใจ เพื่อให้คนไทยขยับจากแค่รู้จัก มาเป็นผู้ใช้ได้มากขึ้นครับ
2. ทำไมต้องมีวิจัยฉบับนี้? (Insight ความเป็นไทย)
– ปกติบริษัทใหญ่ ๆ จะดูรายงานจากต่างประเทศ แต่ทาง SCBX พบว่ารายงานระดับโลกเหล่านั้นไม่สะท้อนความเป็นจริงของคนไทยเลย พฤติกรรมคนไทยมีความเฉพาะตัวสูงมาก เช่น การถามเรื่องการเมืองหรือการไม่กล้าตอบตรง ๆ ว่าใช้ AI หรือไม่ ทำให้ทีมวิจัยต้องใช้วิธีการถามอ้อม ๆ และสร้าง Concept Board ขึ้นมาทดลองเพื่อให้ได้ความจริงที่ซ่อนอยู่
3. เจาะลึก 4 แกนหลักของธุรกิจการเงินกับ AI
– ในมุมของธนาคาร AI จะเข้ามาอุดรอยรั่วและแก้ปัญหา (Pain Points) ใน 4 ด้านสำคัญ:
- การออม (Saving): ช่วยเฝ้าระวังไม่ให้เงินในบัญชีถูกสแกมเมอร์หลอก ซึ่ง AI ตรวจสอบความผิดปกติได้เร็วกว่ามนุษย์มาก
- การใช้จ่าย (Spending/Payment): ทำให้การจ่ายเงินออนไลน์หรือผ่านบัตรเครดิตมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
- การลงทุน (Investing): AI ช่วยคัดเลือกกองทุนหรือหุ้นที่เหมาะกับสไตล์เราจริง ๆ เพราะมนุษย์ไม่สามารถอ่าน Report หุ้นทั้งโลกได้ แต่ AI ทำได้
- การกู้ยืม (Borrowing): ช่วยวิเคราะห์ศักยภาพการกู้ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่มนุษย์จินตนาการได้ยาก
4. บันได 4 ขั้นสู่การยอมรับ AI (The Pyramid)
– ธุรกิจสามารถนำโมเดลนี้ไปเช็กได้เลยว่าลูกค้าของเราอยู่ขั้นไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีคุยให้ถูกจุดครับ:
- สร้างความน่าเชื่อถือ (Trust): ป้องกันความเสี่ยงและลดความผิดพลาด
- ความสะดวกสบาย (Convenience): ทำให้เรื่องยาก ๆ หรือภาษาเทคนิคกลายเป็นเรื่องง่าย
- การรวมข้อมูล (Integration): ทำให้เห็นภาพรวมชีวิตการเงินได้ในที่เดียว
- การช่วยเหลือเชิงรุก (Proactive): AI เข้าใจเราจนสามารถแนะนำสิ่งที่ควรทำได้ก่อนที่เราจะถาม
5. แบ่งกลุ่มคนไทย 9 ประเภท (4 Quadrants)
– งานวิจัยนี้แบ่งกลุ่มผู้ใช้ตามความมั่นใจและการใช้งานจริง ตัวอย่างกลุ่มที่น่าสนใจคือ:
- Pro Performer: สายปั่นงาน เน้นใช้ AI ให้งานเสร็จไว
- Life Optimizer: สายขี้เกียจที่ฉลาด ใช้ AI ช่วยอ่านฉลากยาหรือวางแผนชีวิตให้ง่ายขึ้น
- Skeptical Practitioner: กลุ่มใหญ่ที่สุด (34%) คือกลุ่มที่ใช้แต่ยังไม่ไว้ใจ ธุรกิจต้องสร้าง Trust ให้คนกลุ่มนี้ครับ
- Smart Minimalist: ใช้เท่าที่จำเป็นและฉลาดเลือก
6. Insight สำหรับธุรกิจอื่น (ไม่ใช่แค่ธนาคาร)
– ผลวิจัยนี้มีประโยชน์กับทุกธุรกิจครับ เพราะมันโชว์ว่าคนไทยชอบอะไรที่ ง่าย เร็ว และสนุก
- ฟีเจอร์เด็ด: Voice to Text (สั่งงานด้วยเสียง) เป็นฟีเจอร์ที่คนทุกวัยใช้เยอะมาก ไม่ใช่แค่คนแก่ ดังนั้นทุกแอปฯ ควรมี
- พฤติกรรมช้อปปิ้ง: คนไทยชอบใช้การค้นหาด้วยภาพ (Image to Search) ถ่ายรูปเสื้อผ้าในห้างแล้วไปหาซื้อออนไลน์
- โอกาส: ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารสามารถนำ Insight เรื่องความกังวลและความต้องการความสะดวกสบายไปสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้
7. ก้าวต่อไปของยานแม่ SCBX
- SCBX ประกาศชัดเจนว่าจะข้ามจาก AI Ready (แค่เตรียมพร้อม) ไปสู่ AI First (ใช้ AI นำธุรกิจ) ภายในปี 2026-2028 โดยมองว่า AI จะไม่ได้มาแย่งงานคน แต่จะมาเป็นเครื่องมือให้มนุษย์สร้าง Solution ใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เมื่อก่อนเราแก้ไม่ได้
ข้อสรุป:
คนไทยพร้อมเปิดรับ AI แต่ความไว้วางใจ คือ กำแพงใหญ่ที่สุด ถ้าธุรกิจไหนสร้าง Trust ได้ และทำให้ AI เป็นเรื่องง่ายเหมือนคุยโทรศัพท์ ธุรกิจนั้นจะชนะใจคนไทยในปี 2026 แน่นอน




