ทุกวันนี้คนทำงานสาย Data มักใช้สถิติอุบัติเหตุในการบอกว่า ถนนช่วงไหนอันตราย แต่ปัญหา คือ กว่าจะมีสถิติมากพอ

บางที่ต้องรอ หลายปี และบางพื้นที่รายงานไม่เท่ากันอีก ถ้าอยากทำงานเชิงรุก ต้องมี Leading Measures หรือตัวแทนความเสี่ยง ที่เจอบ่อยกว่าอุบัติเหตุ แต่ยังสัมพันธ์กับผลลัพธ์ความปลอดภัยจริง

9 มกราคม 2569 Google Research เปิดตัว ตัวหยิบสัญญาณที่เกิดบ่อยกว่าอุบัติเหตุมาก ๆ มาใช้แทนบางส่วน ชื่อว่า HBEs (Hard-Braking Events) จาก Paper From Lagging to Leading: Validating Hard Braking Events as High-Density Indicators of Segment Crash Risk มีทีมวิจัยโดย

  • Google Research
  • Stanford Graduate School of Business
  • HEC Montreal, Montr´eal จากแคนาดา
  • Virginia Polytechnic Institute and State University

HBEs คือ เหตุการณ์เบรกแรงที่รถชะลอรุนแรงเกินเกณฑ์ (-3 m/s²) (วัดด้วยค่า Forward Deceleration เกิน Threshold ที่กำหนดไว้ (-3m/s²)) ทีมวิจัยมองว่า เป็นจังหวะ ต้องหลบ/ต้องเอาตัวรอด บนถนนจริง แปลเป็นภาษาคนทั่วไป คือ การหลบหลีก หรือ evasive maneuver

Paper: https://arxiv.org/pdf/2601.06327

เขาพิสูจน์ยังไงว่า เกี่ยวกันจริง

  • งานวิจัยนี้เทียบข้อมูลอุบัติเหตุ 10 ปี (California + Virginia) กับ HBEs จาก Android Auto แล้วเจอว่า

HBEs ถูกสังเกตได้บนถนนมากกว่าอุบัติเหตุถึง 18 เท่า

โมเดลเขา “คุมตัวแปร” ที่ทำให้ผลเพี้ยนไว้ด้วย เช่น

  • รถวิ่งเยอะแค่ไหน (traffic volume)
  • ช่วงถนนยาวเท่าไร (segment length)
  • ประเภทถนน (local / arterial / highway)
  • ความชัน ทางโค้ง จำนวนเลน เปลี่ยนเลน มี ramp ไหม ฯลฯ

ถนนช่วงไหนมี HBEs สูง → โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็มักสูงตาม (มีนัยสำคัญทางสถิติ)

Case study: ทำไม HBEs ช่วยจับ “ทางมุด/ทางรวม” ได้ไวขึ้น

  • ทีมยกเคส freeway merge ใน California จุดเชื่อม Highway 101 → Highway 880 จุดนี้ในประวัติจริง
    • HBEs สูงกว่าเฉลี่ย freeway ทั้งรัฐ 70x
    • อุบัติเหตุเกิดถี่มาก เฉลี่ย ทุก 6 สัปดาห์ ต่อเนื่องเป็น 10 ปี

ทีเด็ดคือ ข้อมูล HBEs อย่างเดียว จุดนี้ก็ติด Top 1% ของถนนที่เบรกแรงถี่ที่สุดแล้ว แปลว่า HBEs ชี้เป้า จุดที่โคตรเสี่ยงได้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องรอให้อุบัติเหตุสะสมเป็น 10 ปีถึงค่อยรู้ว่า มันอันตราย

HBEs ค่านี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง

  1. ทำแผนที่ถนนเสี่ยงแบบอัปเดตไว
  2. จัดลำดับความสำคัญว่า ควรแก้จุดไหนก่อน
  3. ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเรื่องงบ เช่น ปรับป้าย ปรับทาง รวมเลน ปรับสัญญาณไฟ
  4. ช่วยลดการตัดสินใจจากความรู้สึก เพราะมีสัญญาณจริงหนุนหลัง

ข้อสรุป:

HBEs คือ สัญญาณเตือนถนนเสี่ยง มันเกิดถี่กว่าอุบัติเหตุ ทำให้เห็นจุดอันตรายได้ไว ไม่ต้องรอชนสะสมหลายปี เอาไปใช้ทำ แผนที่จุดเสี่ยง + จัดลำดับแก้ก่อนหลัง เช่น ปรับทางรวมเลน/ป้าย/สัญญาณไฟ/ออกแบบจุด merge ให้ปลอดภัยขึ้น

Source:

Arxiv, Google Research