9 มกราคม 2569 คุณ Oscar Höglund สร้าง Epidemic Sound ให้เติบโตเป็นบริษัทมูลค่า $1.4B อยู่เบื้องหลังยอดวิวรวมประมาณ 3 พันล้าน views ต่อวัน
หัวใจสำคัญที่เขาใช้สร้างธุรกิจ คือ การเข้าใจ “Value Chain” (ห่วงโซ่คุณค่า) เพื่อสร้าง Leverage หรือการลงแรงน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มหาศาล
What makes content viral
- คุณ Oscar Höglund บอกว่า การทำคอนเทนต์ให้ไวรัลไม่ใช่แค่เรื่องฟลุ๊ก แต่คือ การสร้าง การเชื่อมต่อที่มีความหมายระหว่างมนุษย์ (Meaningful human connections)
- ข้อมูลของเขาชี้ให้เห็นว่า คอนเทนต์จะโดดเด่น เมื่อเกิดความสัมพันธ์ที่พิเศษระหว่างภาพและเสียง ไม่ว่าจะเป็นความสอดประสานกันอย่างที่สุด หรือความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนน่าสนใจ
The “CROSS” strategy explained
- กลยุทธ์ The Cross คือ การสร้างความขัดแย้งทางความคิด (Cognitive Dissonance) เพื่อดึงดูดใจคน
- เขาคิดว่า มนุษย์จะสนใจสิ่งที่ผิดคาด เช่น นักกีฬาดังที่พูดเรื่องการเลิกเหล้า หรือการเอาคนที่ไม่เป็นมิตรกับสื่ออย่างนักสกีที่ชอบอยู่แต่ในป่า มาเป็นพิธีกรรายการบันเทิงที่แมสที่สุด ผลคือรายการนั้นกลายเป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลในสวีเดน ดนตรีก็สามารถทำหน้าที่เป็น Cross นี้ได้เช่นกัน
The AI content revolution
- AI คือ ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือระดับมืออาชีพได้เท่าเทียมกัน (Level playing field)
- มันช่วยให้ Creator รายย่อยเข้าถึง Insight ข้อมูลที่เมื่อก่อนมีแต่บริษัทงบเยอะๆ เท่านั้นที่ทำได้
- AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่มาช่วยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการสร้างความเชื่อมต่อระหว่างผู้คน
Content framework 2026
- ก่อนจะเริ่มทำคอนเทนต์ Oscar แนะนำให้ตั้งหลักที่ 2 เรื่องนี้ก่อน:
- กำหนดคุณค่าและเรื่องราวหลัก: ต้องรู้ว่าเราอยากมีเสียง (Sound) แบบไหน และคุณค่าหลักของแบรนด์คืออะไร
- เป็น Ferocious Learner: ต้องเป็นผู้เรียนรู้ที่บ้าคลั่ง ศึกษาคนที่เก่งกว่าว่าเขาสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้คนดูได้อย่างไร
เครื่องมือสร้างสรรค์ที่เหล่า Creator ต้องมี
- Epidemic Sound AI: เครื่องมือปรับความยาวเพลงให้พอดีกับคลิปโดยอัตโนมัติ (ไม่ต้องตัดคลิปตามเพลงอีกต่อไป) และระบบ AI ช่วยแนะนำเพลงที่เหมาะกับช่องของคุณ
- Pop.store (Echo): AI Assistant ที่ช่วยสแกนคอมเมนต์และ DM เพื่อให้ Creator ตอบกลับแฟนคลับได้เร็วขึ้นโดยไม่เบิร์นเอาท์ ซึ่งช่วยเพิ่ม Engagement ได้ถึง 2 เท่า
From feature to platform
- Oscar แบ่งการเติบโตของธุรกิจเป็น 3 ขั้น:
- Feature: เริ่มจากเป็นสิ่งที่มีก็ดี (Nice to have) เหมือนวิตามิน เช่น การแก้ปัญหาลิขสิทธิ์เพลง
- Product: กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี (Necessity) ที่ฝังอยู่ในขั้นตอนการทำงาน
- Platform: การเปิดโครงสร้างพื้นฐานให้คนอื่นมาใช้ประโยชน์ต่อ เหมือนที่ Amazon สร้าง AWS ซึ่ง Epidemic Sound กำลังทำสิ่งนี้ผ่านโปรเจกต์ Antidote
Value chain leverage
วิธีหาคานงัดในธุรกิจคือการมองหาว่าใครคือ “ผู้มีอำนาจตัดสินใจ” ที่แท้จริง
- Case Study: แทนที่จะไล่หา Editor 5,000 คน Oscar เลือกเข้าหาช่องโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่แค่ 4 ช่อง เมื่อปิดดีลได้ ช่องเหล่านั้นจะเป็นคนสั่งให้บริษัทโปรดักชั่นและ Editor ทั้งหมดต้องใช้บริการของเขาเอง
Hiring A-Players secret
- เคล็ดลับของเขาเรียบง่ายมาก: จ้างคนที่ฉลาดกว่าตัวเอง เพื่อให้คนเหล่านั้นมาบอกว่าเขาต้องทำอะไร ถ้าคุณเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง แสดงว่าทีมคุณกำลังมีปัญหาแล้ว
Why hustle fails
- Oscar ไม่เชื่อว่า ใน Hustle Culture แบบที่ทำไปส่งเดช แต่เขาให้ความสำคัญกับ 3 Why:
- Talent: เป็นแค่ตั๋วผ่านทาง
- Grit / Relentless: ความทรหดสำคัญกว่าพรสวรรค์
- เขามองว่าการ Hustle แบบไม่ซื่อสัตย์ (หลอกขายของที่ไม่ดี) คือ สิ่งที่ล้มเหลว
Give more than you take
- จงเป็นคนที่มีค่าสุทธิเป็นบวก (Net Provider) คือ ให้มากกว่ารับ Oscar เชื่อว่า การทำตัวเป็นผู้ให้เป็นกลยุทธ์ที่เห็นแก่ตัวอย่างชาญฉลาด เพราะมันจะขยายตัว (Scale) ได้ดีมาก และทำให้คนรอบข้างอยากสนับสนุนให้คุณสำเร็จ
Oscar’s network strategy
- เวลาเจอคนใหม่ๆ อย่าถามว่า คุณเป็นใคร แต่ให้ถามว่า ผมจะช่วยคุณได้ยังไงบ้าง? (How can I help?) การช่วยเปิดประตูหรือแนะนำคนเก่งๆ ให้รู้จักกัน จะทำให้พลังของความเก่งนั้นสะท้อนกลับมาที่ตัวเราในฐานะผู้เชื่อมโยง
Staying sane as a CEO
- คำเดียวสั้นๆ คือ Discipline หรือวินัย
- กฎเหล็ก: ไม่นัดประชุมก่อน 9 โมงเช้าเพื่อมีเวลาให้ลูก
- เวลาครอบครัว: ปิดมือถือช่วง 18.00 – 21.00 น. เพื่อกินข้าวและอ่านนิทานให้ลูกฟัง
- การทำงาน: หลังจากครอบครัวหลับ เขาถึงจะเริ่มงานรอบสอง (Night Run) ตั้งแต่ 21.00 – 01.00 น. และไม่ทำงานวันเสาร์-อาทิตย์เด็ดขาด
Oscar’s breaking point
- จุดต่ำสุด คือ วันที่ภรรยาบอกเขาว่า ชีวิตตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน มันดีกว่าตอนที่คุณอยู่ คำพูดนี้ทำให้เขาเกือบลาออกจากบริษัท และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาต้องรื้อโครงสร้างธุรกิจและบทบาทของตัวเองใหม่ทั้งหมดเพื่อรักษาครอบครัวไว้
Top AI tools Oscar uses
- ปัจจุบันเขาเน้นใช้และศึกษาเครื่องมือจาก 2 ค่ายหลักคือ Google Gemini และ ChatGPT เพื่อให้ AI เข้าใจตัวเขาและสร้างคุณค่ากลับมาให้ได้มากที่สุด
The 3 WHY framework
ก่อนจะเริ่มทำอะไร ให้ถามคำว่า ทำไม (Why) ลงไป 3 ระดับ เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง (Root Cause)
- ตัวอย่าง: ถ้าบริษัทขาดทุน Why ที่ 1 อาจพบว่าเป็นเรื่องต้นทุน, Why ที่ 2 พบว่าวัตถุดิบแพงขึ้น, และ Why ที่ 3 อาจพบว่าเกิดจากการผูกขาดของซัพพลายเออร์
- เมื่อเจอรากเหง้าของปัญหาแล้ว ค่อยใช้ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในจุดนั้นให้เร็วที่สุด
ข้อสรุป:
ความสำเร็จไม่ได้มาจากความเก่ง (Talent) อย่างเดียว แต่มาจากความ Relentless (ไม่ยอมแพ้), วินัย และการสร้างระบบที่ทำให้คนอื่นอยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ




