โดย Insightist™ | เผยแพร่: 9 ตุลาคม 2569 | อ้างอิง: รายการ AI Update! by AIAT EP.15

สรุปสาระสำคัญ

  • ผศ.ดร.นรเดช กีรติพานนท์ จุฬาฯ แบ่งความฉลาดของหุ่นยนต์เป็น 6 เลเวล วัดจากความเป็นอัตโนมัติ
  • โรงงานทั่วไปส่วนใหญ่ยังอยู่เลเวล 1 และ 2 ส่วนเลเวล 4 ที่หุ่นเรียนรู้จากการดูคนทำ เกิดขึ้นจริงแล้ว มีโรงเรียนสอนหุ่นยนต์ที่จีน
  • เลเวล 5 ที่คิดเองทำเองยังไปไม่ถึง แต่ถ้าจำกัดงานให้แคบ อาจารย์คาดว่าอีก 5 ปีจะมีหุ่นดูแลผู้สูงอายุในบ้านวางขาย
  • ราคาหุ่นฮิวแมนนอยด์เมื่อ 5 ปีก่อนอยู่ราว 1 ล้านถึง 2 หรือ 3 ล้าน ตอนนี้ราว 500,000 ตามที่อาจารย์เล่า

หุ่นยนต์ที่ทำงานซ้ำเป๊ะ 100 ครั้ง แต่พอสภาพแวดล้อมเปลี่ยนนิดเดียวก็ไปต่อไม่ได้ ยังนับว่าฉลาดไหม Insightist™ รายงานข่าว AI จากรายการ AI Update! by AIAT ที่ ผศ.ดร.นรเดช กีรติพานนท์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล จุฬาฯ ตอบเรื่องนี้ด้วยบันได 6 ขั้น

ความฉลาดของหุ่นยนต์วัดยังไง?
วัดจากความเป็นอัตโนมัติ ยิ่งหุ่นทำเองได้มาก ยิ่งฉลาดมาก อาจารย์ไล่ให้ฟังตามนี้

  1. Level 0: คนบังคับทุกท่วงท่า ไม่ฉลาดแต่แรงเยอะและแม่น
  2. Level 1: ทำตาม Script เป๊ะ ไม่มี Sensors
  3. Level 2: มีเซ็นเซอร์บ้าง เช่น เดินตามเส้น
  4. Level 3: บอกแค่เป้าหมาย หุ่นหาทางเอง เช่น หุ่นเสิร์ฟในร้านบุฟเฟ่ต์
  5. Level 4: คนทำให้ดู หุ่นเรียนรู้แล้วทำตาม
  6. Level 5: ไม่ต้องสอน คิดเองทำเอง ซึ่งยังไปไม่ถึง

โรงงานตอนนี้อยู่เลเวลไหน และเลเวล 4 เกิดจริงหรือยัง?

โรงงานทั่วไปส่วนใหญ่ยังอยู่ Level 1 & 2 เพราะงานซ้ำๆ ในสภาพแวดล้อมที่คุมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้หุ่นฉลาด ยิ่งเลเวลสูงยิ่งแพง แต่ก็ยืดหยุ่นกว่า ส่วน Level 4 เกิดขึ้นจริงแล้ว อาจารย์เล่าว่าที่จีนมีโรงเรียนสอนหุ่นยนต์ และมีอาชีพใหม่คือคนที่ทำงานให้หุ่นดู จนหุ่นทำตามได้ ขณะเดียวกันคนในโรงงานที่เคยทำงานนั้นก็ไม่จำเป็นอีก

หุ่นยนต์ที่ทำได้ทุกอย่างจะมาเมื่อไหร่?

แบบ “อะไรก็ได้” ยังอีกนาน แต่ถ้าจำกัดงานให้แคบ อาจารย์คาดว่าอีก 5 ปีจะเห็นหุ่นในบ้านที่ซักรีด ทำความสะอาด ทำกับข้าว ชวนคุย และดูแลผู้สูงอายุวางขาย ส่วนขับรถหรือออกไปทำงานนอกบ้านอาจยังไม่ได้ เงื่อนไขคือต้องมีคนยอมจ่ายเงินให้พอ อีก 10 ปี อาจารย์มองว่าทุกคนจะมีหุ่นยนต์ส่วนตัว เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้มีกันหลายเครื่องต่อบ้าน

ธุรกิจไทยมีที่ยืนตรงไหนในเกมหุ่นยนต์?

อาจารย์บอกตรงๆ ว่าด้านฮาร์ดแวร์ไทยสู้จีนไม่ได้ เพราะต้นทุนผลิตของจีนถูกกว่ามาก แต่ไทยแข่งได้ด้วยโจทย์และสมอง คือยืมร่างหุ่นยนต์ของเขามา แล้วเติมความสามารถที่ตอบโจทย์แบบไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร และไม่จำเป็นต้องเป็นหุ่นทำได้ทุกอย่าง ระบบออโตเมชันเฉพาะงานก็ยังตอบโจทย์ได้ ที่เหลือคือฐานอุตสาหกรรมไทยที่กว้างและลึก ซึ่งทำให้แข่งกับประเทศในระดับใกล้กันได้
อีกบทเรียนอยู่ที่เครื่องล้างจาน อาจารย์ชี้ว่าตรวจคราบแน่นด้วยกล้องยากและอาจไม่คุ้มค่า สรุปง่ายๆ คือ เลือกเลเวลให้ตรงงาน ไม่ต้องซื้อเกินจำเป็น

ถ้าอยากเริ่มตอนนี้ ทำอะไรได้บ้าง?

ลองไล่ดูว่างานซ้ำๆ ในธุรกิจเรา ส่วนไหนสภาพแวดล้อมนิ่งพอจะใช้ระบบเลเวล 1 หรือ 2 ได้ก่อน และถ้าอยากไปเลเวลสูงขึ้น ให้ถามตัวเองก่อนว่ามีลูกค้ายอมจ่ายหรือเปล่า เพราะอาจารย์ชี้ว่านี่คือตัวตัดสินว่าสินค้าจะเกิดจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องคน อาจารย์ฝากไว้ว่าหุ่นยนต์ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเราปรับตัวไม่ทัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: หุ่นยนต์ Level 4 ต่างจาก Level 3 ยังไง

A: Level 3 คนเขียนโค้ดและบอกเป้าหมาย หุ่นหาทางเอง ส่วน Level 4 ไม่ต้องโค้ดทุกอย่าง คนแค่ทำให้ดู เช่น พับผ้า ทำกับข้าว แล้วหุ่นเรียนรู้ตาม

Q: ทำไมหุ่นยนต์ต้องหน้าตาเหมือนคน

A: อาจารย์ให้ 3 เหตุผล รูปร่างคล้ายเราทำให้ทำงานร่วมกับคนได้และไม่รู้สึกถูกคุกคาม โลกถูกออกแบบมาให้พอดีมนุษย์ และมือที่ว่างตอบโจทย์งานได้จริง ส่วนข้อมูลสำหรับเทรนไม่ใช่ต้นเหตุ แต่ทรงนี้ลงตัวอยู่แล้ว จึงสร้างข้อมูลที่สอดรับได้มากขึ้น

Q: หุ่นยนต์จะมาแย่งงานไหม

A: อาจารย์มองว่าถ้าเอาตัวเองไปแข่งกับงานซ้ำๆ ที่หุ่นทำได้ ก็เทียบผิดตั้งแต่แรก ให้หาจุดที่เราเก่งกว่าและใช้หุ่นเป็นเครื่องมือ เหมือนที่คอมพิวเตอร์เคยเป็นมาก่อน

Q: ราคาหุ่นยนต์ Humanoid ตอนนี้เท่าไหร่

A: ตามที่อาจารย์เล่า 10 ปีก่อนไม่มีขาย เช่าได้อย่างเดียว 5 ปีก่อนราว 1 ล้านถึง 2 หรือ 3 ล้าน ตอนนี้ซื้อได้ราว 500,000 อาจารย์ไม่ได้ระบุสกุลเงิน และเป็นตัวเลขโดยประมาณ

ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk หรือ @nhx2358e

Source:

Youtube