คำเตือน เนื้อหานี้เป็นการทำนายอนาคตครับ โปรดใช้วิจารณญาณครับ

14 ธันวาคม 2568 รายการ Vergecast ของแพลตฟอร์ม The Verge ชื่อตอนว่า The end of OpenAI, and other 2026 predictions เป็นตอนที่มานั่งวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา (2025) และทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 โดยการทำนายนี้จะแบ่งเป็น 3 ระดับความเผ็ดเหมือนเดิม คือ อ่อน (Mild), กลาง (Medium) และ เผ็ดร้อน (Spicy)

ผู้จัดรายการยอมรับว่า การทำนายอนาคตนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนมาก และใครที่บอกว่าเดาเรื่องปี 2025 ถูกนั้นก็คือโกหกทั้งเพ (รวมถึงพวกเขาเองด้วย!) การทำนายใหม่นี้จึงเต็มไปด้วยความสนุกและมุมมองที่น่าสนใจ

Reflecting on 2025 Predictions

  • โดยรวมแล้ว คำทำนายปี 2025 มีตามนี้
  • สิ่งที่ถูก:
    • คุณ Joanna ทายถูกว่าคนจะยังคงโพสต์ในโซเชียลมีเดียหลายบัญชี และ Meta จะยังนำ Apple ในเรื่องแว่นตา
    • คุณ David ทายถูกว่าเคเบิลทีวีจะตายเร็วกว่าที่คาดไว้
  • สิ่งที่ผิดพลาดอย่างแรง:
    • คุณ David ทายว่าจะมี AI Gadget ที่เจ๋งเป้ง และเป็นที่นิยมอย่างมหาศาล ซึ่งผิดทั้งหมด และถึงแม้จะทายผิดเรื่อง Matter (ว่าจะถูกทิ้ง) แต่ก็ดีใจที่ผิด เพราะ Matter กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญไปแล้ว
    • คุณ Neil ทายว่า Walmart จะซื้อ TikTok ซึ่งไม่เกิดขึ้น

2026 Predictions

  1. Joanna Stern ทำนายเรื่อง Apple Foldable
    • Apple จะเปิดตัวโทรศัพท์พับได้ (Foldable) แต่สื่อและแฟนๆ จะบ่นว่า แพงเกินไป (คาดว่าราคา 1,799−1,999) แต่ยังคงเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้กลุ่มแรกๆ (Early Adopter)
  2. Neil Patel ทำนายเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
    • ยอดขาย EV จะกลับมาฟื้นตัวเล็กน้อย เพราะผู้คนยังต้องการรถ EV และรถรุ่นราคาประหยัด (ต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์) เช่น Chevy Bolt หรือ Nissan Leaf จะเข้ามาในตลาด
  3. David Pierce ทำนายเรื่อง GTA 6
    • เกม GTA 6 จะประสบความสำเร็จ ทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม มันจะเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมเหมือน TikTok หรือ Fortnite

Medium Predictions: AI Content and New Platforms

  1. การติดป้าย AI Slop: คุณ Neil ทำนายว่า การต่อต้านคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างโดย AI (AI Slop) บนแพลตฟอร์มโซเชียลจะรุนแรงขึ้น จนทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ (เช่น YouTube, Instagram) ต้องติดป้ายกำกับและอนุญาตให้ผู้ใช้กรองคอนเทนต์ AI ออกได้
  2. แพลตฟอร์ม Creator ใหม่: คุณ David เสนอว่านี่อาจเป็นโอกาสให้แพลตฟอร์ม Creator ใหม่ๆ ที่เสนอตัวเป็น “ทางเลือกของมนุษย์” (Human Alternative) เข้ามาแทนที่ แพลตฟอร์มปัจจุบันมุ่งเน้นการสร้างคอนเทนต์จำนวนมากด้วย AI ซึ่งทำให้ผู้ใช้เบื่อ
  3. Netflix ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่น่าสนใจในการก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ เพราะมีฐานผู้ชมและทรัพยากรที่พร้อม แต่การหาผู้ใช้ใหม่คือสิ่งที่ยากที่สุด

Waymo’s Moment and Self-Driving Car Safety

  1. คุณ Joanna ทำนายในระดับ Medium ว่า Waymo (หรือรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอื่นๆ) จะเผชิญกับช่วงเวลาวิกฤต (a serious incident) ในปี 2026
  2. สาเหตุ: Waymo กำลังแพร่หลายและเป็นเรื่องปกติ (Normalized) ในหลายเมืองอย่างรวดเร็ว (Phoenix, LA, San Francisco) ทำให้สถิติความน่าจะเป็นที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง (เช่น การเสียชีวิต) เพิ่มขึ้น
    • ถึงแม้ข้อมูลความปลอดภัยจะบ่งชี้ว่า รถยนต์ไร้คนขับอาจปลอดภัยกว่าคนขับ Uber/Taxi ที่เหนื่อยล้า แต่วิกฤตนี้จะนำไปสู่การถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่างผู้ต่อต้านและผู้สนับสนุน

The Blame Game in Autonomous Vehicles

  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด คำถามสำคัญ คือ ใครต้องรับผิดชอบ?
  • แนวคิดของผู้ประกอบการ: CEO ของบริษัท Ride-share ต่างๆ คิดว่าพวกเขาจะรับผิดชอบโดยใช้ประกันภัย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายต่ำลง เพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุโดยรวมของรถยนต์ไร้คนขับนั้นต่ำกว่าคนขับมนุษย์มาก
  • ประเด็นปัญหา คือ แม้แต่อัตราอุบัติเหตุที่ไม่เป็นศูนย์ (Accident rate will not be zero) ก็ยังต้องมีคำถามเรื่องความรับผิดชอบ แต่บริษัทต่างๆ ก็เตรียมใจที่จะรับผิดชอบทางกฎหมายไว้แล้ว

TikTok’s Future: Predictions and Politics

  • คุณ David เดิมพันว่าความเป็นเจ้าของ TikTok จะไม่เปลี่ยนแปลงภายใน 12 เดือนข้างหน้า
  • มุมมองของนักวิเคราะห์: คุณ Neil และ Joanna มองว่า TikTok จะยังคงเป็น “ลูกฟุตบอลทางการเมือง” (Political Football) ตลอดช่วงการเลือกตั้ง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของจริงอาจไม่เกิดขึ้น แต่มันจะถูกหยิบยกมาถกเถียงและผลักดันวาระทางการเมืองอยู่เสมอ

Spicy Takes: OpenAI’s Uncertain Future (ระดับ Spicy)

  • คุณ Neil มาพร้อมคำทำนายสุดอึ้ง
  • OpenAI ล้มเหลว: OpenAI จะล้มเหลวและหายไปจากวงโคจรในปี 2026 ในรูปแบบปัจจุบัน
  • เหตุผล: บริษัทไม่มีกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน, มีต้นทุนการดำเนินการสูง, Microsoft เป็นเจ้าของ IP/โมเดลหลักอยู่แล้ว, และผู้ใช้เกิดความเบื่อหน่ายหรือ ตีเข้ากำแพง (Hitting the walls) ของสิ่งที่ LLM ทำได้ นอกจากนี้ ผู้ก่อตั้งบางคน (Ilya Sutskever) ยังลาออกไปบอกว่า “ยุคของการ Scaling จบลงแล้ว

Apple’s Potential Downfall

คุณ David สวนกลับด้วยคำทำนายเผ็ดร้อนเกี่ยวกับ Apple:

  • ปีที่แย่ที่สุดของ Apple: ปี 2026 อาจเป็นปีที่แย่ที่สุดสำหรับ Apple นับตั้งแต่ยุค 90s
  • เหตุผล: มีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน, บริษัทขาดไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจ โดยมุ่งเน้นแต่การจัดการซัพพลายเชนและชิป, และกำลังเผชิญหน้ากับการต่อสู้คดีต่อต้านการผูกขาดครั้งใหญ่
    • ผู้คนอาจมอง Apple แตกต่างไปจากเดิม เพราะภาพลักษณ์ด้านความเป็นส่วนตัวและคุณค่าของแบรนด์เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ
  • Siri ที่น่ารัก: ส่วนคุณ Joanna ทายสวนว่า Siri ที่อัปเดตใหม่จะ สุดยอด (Amazing) จนผู้คนเริ่มตกหลุมรักมัน ถึงขั้นมีการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือ มีเซ็กส์กับ Siri เลยทีเดียว (เป็น Spicy Take ที่แท้ทรู!) ซึ่งสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้หาก Apple นำ Large Language Model ที่ดีมากๆ มาใช้ (เช่น Gemini)

Humanoid Robots and Final Thoughts

  • คุณ Joanna ยอมรับว่า เธอได้สั่งจองหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับบ้านทุกยี่ห้อที่สามารถสั่งจองได้ และสมัครเข้าร่วมการทดสอบเบต้าในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากภรรยา
  • เธอหวังว่าจะได้ทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในบ้านในปี 2026 นี้

ข้อสรุป:

ปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดเทคโนโลยีปั่นป่วนหนักมาก เมื่อผู้คนเริ่มเบื่อคอนเทนต์ AI Slop จนแพลตฟอร์มต้องยอมให้กรองออก

  • Waymo กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตด้านความปลอดภัย
  • สินค้า Mild อย่าง Apple Foldable ก็จะเปิดตัวในราคาสูงลิ่วแต่ก็ยังเป็นที่นิยมในกลุ่ม Early Adopter
  • ขณะที่ Siri ที่อัปเดตใหม่จะกลายเป็นอัจฉริยะจนคนหลงรัก แต่ในทางกลับกัน OpenAI อาจล้มเหลวและหายไปจากวงโคจร เพราะขาดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนและการ Scaling ของ LLM เริ่มชนกำแพงแล้ว

ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นปีที่ Apple ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุค 90s จากการเปลี่ยนผู้บริหารและการขาดไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอย่างแท้จริงครับ รวมถึงบริษัท tech ยักษ์ใหญ่เจ้าไหนกัน…ที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ปีที่พังแบบยับจริง ๆ

Source:

The Verge, Youtube