ช่วงนี้หลายคนจะตั้งคำถามเหมือนกันว่า AI จะมาแย่งงานเราไหม?

คำตอบที่ตรงสุดจาก Report: 4 Futures for Jobs in the New Economy: AI and Talent in 2030 ของ World Economic Forum คือ เราจะอยู่ในอนาคตแบบไหน และ คนของเราพร้อมแค่ไหน

7 มกราคม 2569 World Economic forum หรือ WEF ได้ปล่อยรายงานใหม่ รายงานนี้ไม่ได้ทำนายแบบฟันธง แต่ทำ 4 ฉากทัศน์ให้เห็นภาพว่า โลกงานจะไปได้ 4 ทางหลัก ๆ ขึ้นกับ 2 เรื่อง คือ AI ไปเร็วแค่ไหน + คนทำงานพร้อมแค่ไหน)

4 Futures ที่ต้องอ่านให้ขาด (มันกระทบ คน-กำไร-การแข่งขันตรง ๆ)

  1. Supercharged Progress: AI ไปไว + คนพร้อมเยอะ
    • ภาพนี้คือ โลกที่องค์กรใช้ AI เก่งจริง คนก็ปรับตัวทัน
    • ผลคือ ผลิตภาพพุ่ง งานบางส่วนหาย แต่ “งานใหม่” และ “บทบาทใหม่” เกิดเร็ว
      • คนไม่ได้แข่งกันทำงานเร็วขึ้นอย่างเดียว แต่แข่งกันที่
      • ใครคุมคุณภาพได้ดีกว่า ใครออกแบบงานได้ดีกว่า ใครบริหารคน + AI ได้ดีกว่า ต่อให้คนพร้อม โลกก็ยังเจอกติกาตามไม่ทัน และความเหลื่อมล้ำยังมาได้อยู่ดี
  2. The Age of Displacement: AI ไปไว + คนไม่พร้อม
    • ฉากที่หลายองค์กรกลัวที่สุด และรายงานก็พูดชัดว่าเป็นไปได้จริง
    • AI เก่งขึ้น แต่ระบบเรียนรู้/ฝึกทักษะคน ยังช้า
      • ธุรกิจเลยเลือกทางลัด: เร่งทำอัตโนมัติแทนการปั้นคน
    • ผลลัพธ์ คือ
      • งานถูกแทนเร็ว
      • คนจำนวนมาก ย้ายไม่ทัน
      • กำลังซื้อหาย ความเชื่อมั่นสังคมลด
      • สุดท้ายกระทบกลับมาที่ธุรกิจเอง (ยอดขาย ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน)
    • ฉากนี้ทำให้เห็นว่า “AI ทำให้กำไรเพิ่ม” อาจจริง
    • แต่ถ้า สังคมอ่อนแรง ธุรกิจจะเจอแรงตีกลับหนักมาก
  3. Co-Pilot Economy: AI ไปเรื่อย ๆ + คนพร้อมเยอะ
    • ฉากที่เหมือน ทำงานคู่กับ AI แบบเป็นระบบ
    • AI ยังไม่ถึงขั้นพลิกโลกทุกเดือน แต่คนใช้เป็น
    • งานจำนวนมากจะเร็วขึ้น เพราะ AI ช่วยงานซ้ำ ๆ งานเอกสาร งานวิเคราะห์พื้นฐาน
      • ประเด็นสำคัญ คือ องค์กรที่ชนะ ไม่ใช่คนที่มีเครื่องมือเยอะสุด แต่คือ คนที่ ออกแบบวิธีทำงานใหม่ ให้คน + AI ทำงานร่วมกันได้จริงและทำให้ทีมเรียนรู้ในงานได้ต่อเนื่อง
  4. Stalled Progress: AI ไปช้า + คนไม่พร้อม
    • ฉากนี้น่ากลัวแบบเงียบ ๆ เพราะมันไม่ได้พังทีเดียว แต่มันฝืดไปเรื่อย ๆ
    • AI ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ชัดในหลายองค์กร (เพราะใช้แบบลอง ๆ)
    • คนก็ยังไม่พร้อม พอไม่เห็นผล ก็ยิ่งไม่ลงทุนในคน
    • สุดท้ายเกิดวงจร: ไม่พร้อม → ใช้ไม่เวิร์ก → ไม่ลงทุน → ยิ่งไม่พร้อม

ผลคือ บริษัทเหนื่อย เงินตึง คนหมดไฟ การเปลี่ยนแปลงจริงไม่เกิด

เกมจริงขององค์กรในปี 2569

  1. อนาคตงานไม่ได้แพ้ เพราะไม่มี AI แต่แพ้ เพราะคนใช้ AI ไม่เป็น
    • รายงานมองว่า สิ่งตัดสินเกม คือ Workforce readiness แปลว่า คนของคุณใช้เป็นไหม / ใช้แล้วงานดีขึ้นไหม / ใช้แบบมีมาตรฐานไหม
    • องค์กรที่มี AI แต่คนไม่พร้อม = เสี่ยงหลุดไปฉาก Displacement หรือ Stalled ได้ง่ายมาก
  2. ความเสี่ยงใหม่ของผู้บริหารไม่ใช่แค่เทคโนโลยี…แต่คือ ความไว้ใจ
    • โลกที่ AI เข้ามาเยอะ จะมีเรื่อง ความโปร่งใส ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ โผล่ขึ้นมาหนักมาก
    • องค์กรที่วางระบบชัด จะได้แต้มความไว้ใจ และลดต้นทุนความเสี่ยงในระยะยาว
  3. งานไม่ได้หายเท่ากันทุกคน แต่งานเริ่มต้น และ งานซ้ำ ๆ โดนก่อน
    • ถ้าคุณเป็นผู้บริหาร/HR ต้องมอง 2 เรื่องทันที
    • 1. เราจะปั้นคนใหม่ยังไง ถ้างานเริ่มต้นถูก AI ช่วยทำไปเยอะแล้ว
    • 2. เราจะสร้างเส้นทางโตของคนยังไง ไม่ให้ทีมเก่ง ๆ ตันกลางทาง

ธุรกิจต่างๆ จะเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไร

  • ใน Report บอกว่า เริ่มทำได้เลย ไม่ว่าอนาคตจะไปทางไหน
  1. Start small, build fast, scale what works
    • เริ่มจากการทดลองเล็ก ๆ คุมความเสี่ยงได้ เลือกงานที่เสี่ยงต่ำก่อน เรียนรู้ให้ไว ล้มให้ถูกที่ แล้วค่อยขยาย
  2. Align technology and talent strategies
    • อย่าทำ AI แยกจากแผนคน ต้องทำให้ Tech กับ Human Skills โตไปด้วยกัน และฝังการเรียนรู้ไว้ในงานจริง (ไม่ใช่เรียนแล้วจบ)
  3. Invest in human-AI collaboration and agentic workflows
    • ออกแบบงานให้คนกับ AI ทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มความไว้ใจ ประสิทธิภาพ และความทนทานของงาน
  4. Invest in data governance and infrastructure
    • โมเดลเก่งแค่ไหนก็ขึ้นกับข้อมูล ธุรกิจที่จัดการข้อมูลดี มีมาตรฐาน และมี governance ชัดเจน จะยืนระยะได้ดีกว่า
  5. Anticipate talent needs and future-proof value chains
    • ใช้ foresight และ AI-enabled predictive analytics เพื่อเห็นช่องว่างทักษะล่วงหน้า สร้าง talent pipelines ทำงานกับสถาบันการศึกษา/รัฐ และออกแบบการย้ายคนข้ามงาน/ข้ามอุตสาหกรรมให้เกิดจริง
  6. Strengthen organizational culture and trust in emerging technologies
    • ทำให้วัฒนธรรมองค์กร กล้าลอง-ปรับไว-เรียนรู้ไว พร้อมมี ethical guardrails และความโปร่งใส ลด bias และสร้างความรับผิดชอบ
  7. Prepare for different implications across occupations, tasks and markets
    • ผลกระทบไม่เท่ากันตามอาชีพ/งาน/ประเทศ/อุตสาหกรรม งาน Routine/แอดมิน/วิเคราะห์พื้นฐานโดนก่อน แต่บางงานอาจโดนทีหลังเมื่อ AI เก่งขึ้น และการมาของ Robotics เป็นตัวแปรใหญ่ที่กระทบทั้งงานออฟฟิศและงานหน้างาน
  8. Design multi-generational workflows
    • ทำงานข้ามวัยให้เกิดจริง ให้คนรุ่นใหญ่เรียนจากคนรุ่นใหม่ที่คุ้น AI มากกว่า และลด culture gaps
  9. Leverage strategic partnerships
    • จับมือกับคู่ค้า มหาวิทยาลัย start-ups ผู้ขายซอฟต์แวร์ นักลงทุน เพื่อดึงความรู้จากข้างนอก และหา use cases ใหม่ ๆ ตลอด

ข้อสรุป:

AI จะเปลี่ยนงานแน่ แต่ความพร้อมของคน กับ การออกแบบระบบในองค์กร จะเป็นตัวตัดสินว่า มันจะพาเราโต หรือพาเราปั่นป่วน

Source:

WEF