คนไม่ได้แค่เครียดกับโลก แต่เริ่มรู้สึกว่าแรงกระแทกมันมาถึงชีวิตประจำวันแล้ว

8 มกราคม 2569 สรุป Session: Keynote: Global Marketing Outlook 2026: Strategies for a Turbulent Decade โดยคุณพิมพ์ทัย สุวรรณสุข, Senior Client Officer of Ipsos

คุณพิมพ์ทัยบอกว่า ทุกอย่างถาโถมเร็วมาก จนปี 2025 เป็นปีแรกที่คนมองอนาคต 12 เดือนข้างหน้า หดหู่ลง แบบชัดเจน และที่ต่างจากปีก่อน ๆ คือ…

เมื่อก่อนคนหดหู่เรื่องโลก/ประเทศ แต่ยังไม่กระทบ บ้านฉัน เมืองฉัน ครอบครัวฉัน จนปีนี้เริ่มรู้สึกว่า กระทบตัวเองเต็ม ๆ

3 เรื่องที่กดความรู้สึกคนทั่วโลก

  1. เศรษฐกิจ + ความเหลื่อมล้ำ (รวมถึงความผันผวนจากนโยบายระดับโลก)
  2. AI/เทคโนโลยี = ดาบสองคม รู้ว่าดี แต่ก็กลัวผลกระทบ
  3. Immigration/ความหลากหลายทางสังคม (ชัดในยุโรป/ตะวันตก) จนเกิดคำถามเรื่อง ตัวตนของประเทศ

ผล คือ โลก แตกเป็นฝักเป็นฝ่ายมากขึ้น (Polarized) และสังคมตึงเครียดขึ้นจริง แต่ในวิกฤตนี้ แบรนด์ยังมีโอกาส ถ้าชัดเรื่อง Value และยืนให้ถูกฝั่ง

Data สำคัญที่แบรนด์ควรจำ

  • 71% ยังเชื่อว่าเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาอนาคตได้
  • 58% มองว่า AI ยังมีผลบวก
  • 56% รู้สึกว่าเทคโนโลยี อาจไม่ได้ดีตามที่แบรนด์สัญญา และทำให้ชีวิตแย่ลงได้
  • 67% อยากซื้อแบรนด์ที่สะท้อนคุณค่าของตัวเอง มากกว่าชื่อเสียงแบรนด์

Case Study จีน: Local AI ทำให้คนเชื่อบริษัทมากขึ้น

  • ตัวอย่าง คือ DeepSeek (Ipsos China) Insight คือ คนจีนชอบเทค + ภูมิใจของประเทศ → พอบริษัทเลือกใช้ AI ที่พัฒนาในประเทศ
  • มี 64% บอกว่า เชื่อมั่นบริษัทนั้นมากกว่า บริษัทที่ใช้ AI ต่างชาติ มันไม่ใช่แค่ฟังก์ชัน แต่ คือ Emotional Bonding (ความผูกพันทางใจ)

3 Action ที่แบรนด์/นักการตลาดเอาไปใช้ได้ทันที

  1. Local Value ในโลก Global: ทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์เป็น ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเขาจริง ๆ
  2. สร้าง Trust ให้หนักกว่าเดิม: ยุค AI + Scam แบรนด์พูดอะไรไว้ ต้องทำได้จริง (Promise = Deliver)
  3. ให้ Sense of Control: ออกแบบสินค้า/บริการให้คน คุมได้ เหมือนมีปุ่ม On/Off

ข้อสรุป:

ปี 2026 จะไม่ชนะด้วยการพูดเก่ง แต่ชนะด้วยการทำให้คน เชื่อ และ รู้สึกคุมชีวิตได้ ในโลกที่คุมอะไรแทบไม่ได้

Source:

สดจากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference