ปัญหาหลัก คือ ช่องว่าง ระหว่างทักษะของคนทำงาน กับทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการ โดยเฉพาะปีนี้ที่ธุรกิจเปลี่ยนเร็วมาก เราจะต้องปรับตัวและเพิ่มทักษะยังไง ให้เป็นที่ต้องการในตลาด

8 มกราคม 2569 สรุป Session: Panel: Jobs & Skills 2026: The New Blueprint for the Future Workforce โดย

  1. คุณกิตติศักดิ์ เกษบุรี, Director of Corporate Strategy and Communications, JOBBKK
  2. คุณโอชวิน จิรโสตติกุล, CEO & Founder, FutureSkill
  3. คุณชวภณ คารมภ์, Director of Business Development, Future Trends (Media & Event), Moderator

เมื่อธุรกิจเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน งานก็เปลี่ยนเร็วขึ้นตาม มีประเด็นที่ เจ็บจริง แต่จำเป็นต้องรู้ สำหรับทั้งคนทำงานและองค์กร

1. ปัญหาใหญ่ไม่ใช่คนไม่เก่ง…แต่ “ทักษะวิ่งคนละสปีดกับตลาด”

  • คุณกิตติศักดิ์เล่าว่า จุดเริ่ม คือ ช่องว่าง ระหว่างทักษะคนทำงานกับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการ ปีนี้องค์กรปรับกันเยอะมาก ทั้งโครงสร้างงาน เครื่องมือ เทคโนโลยี และ Job Description (JD) ที่เปลี่ยนถี่ขึ้นมาก

ประเด็นสำคัญ คือ คนที่อยู่ในระบบการศึกษา หรือยังไม่เจอ, แรงกดดันแบบธุรกิจจริง ๆ มักไม่เห็น เทรนด์งาน/เทรนด์ธุรกิจ

พอถึงวันที่ต้องลงสนามจริง…เลยปรับตัวไม่ทัน

2. ความจริงที่หลายคนเจอ: กว่าจะพูดจบ JD ก็เปลี่ยนแล้ว

ทุกวันนี้ JD หรือ Job Description ปรับเร็วกว่า วงจรการเรียนรู้ของคนทำงาน เพราะการเรียน 1 skill ต้องใช้เวลา แต่ธุรกิจไม่ได้รอเรา

สิ่งที่องค์กรเลยมองหาเป็นพิเศษ (จากมุม HR) คือ

  • Adaptability (ปรับตัวได้)
  • Learning Agility (เรียนรู้ไว)

องค์กรมีระบบสอนงาน มี Orientation มีการเรียนรู้ในบริษัทอยู่แล้ว แต่ตัวแปรที่ทำให้คนไปต่อได้จริง คือ Self-motivation ของเราเองว่า เราจะพาตัวเองกระโดดเข้าหาความเปลี่ยนแปลงยังไง

3. AI ทำให้คนทำงาน ห่างกัน มากขึ้นแบบเห็นภาพ

  • คุณโอชวินพูดชัดว่า… ไทยปรับตัวเรื่อง AI ช้าไปและความช้า นี่แหละที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่ใช้ AI เป็นกับคนที่ไม่ใช้…ยิ่งห่างขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างที่เห็นภาพมาก คือ สาย Marketing เมื่อก่อนต้องใช้หลายคน หลายสัปดาห์ และต้นทุนสูง แต่วันนี้บางคนมี AI Agent ของตัวเอง ทำงานหลายส่วนให้เสร็จในชั่วโมงได้จริง

4. ใช้ AI เป็น ไม่ได้แปลว่าแค่ Prompt ได้

  • AI skill ที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่แค่ Prompt เป็น เพราะใคร ๆ ก็ทำได้

สิ่งที่ต่างจริง ๆ คือ

  1. คิดให้เป็นว่า “จะเอา AI มาใส่ในงานประจำวันยังไง”
  2. ออกแบบ Workflow ให้ทำงานง่ายขึ้น ไวขึ้น คุณภาพดีขึ้น
  3. เอาไปใช้กับงานจริง ไม่ใช่แค่ทดลองเล่น

ทั้งหมดนี้ หมายถึง เปลี่ยนวิธีทำงาน ไม่ใช่แค่ เปลี่ยนเครื่องมือ

5. เราไม่ได้แข่งกันแค่ในไทยแล้ว…มันเป็นเวทีโลก

  • อีกมุมที่น่าคิดมาก คือ ตอนนี้ Content ต่างชาติเข้ามาเต็มฟีดและด้วย AI มันเนียนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเสียงพากย์ และซับ (Sub) และทำให้เหมือนคนท้องถิ่น

พฤติกรรมคนดู คือ…ถ้าสนุก ได้อารมณ์ ก็เสพเลย ไม่ได้สนใจว่า มาจากไหน ดังนั้นการแข่งขันมันกลายเป็น Cross-border ไปแล้ว ไม่ใช่แค่คอนเทนต์นะ งานทำแอป ทำโปรดักต์ ก็เหมือนกัน เรากำลังแข่งกับคนที่ทำงานไวขึ้นด้วย AI และปล่อยงานได้ถี่ขึ้นมาก

6. อยากเป็น ผู้เลือก ไม่ใช่ ผู้ถูกเลือก ด้วยการวางโจทย์ไว้ชัด

  • คุณโอชวินอ้างอิง Professor Cal Newport (Deep Work) ว่า คนที่จะไปได้ในอนาคต มักอยู่ใน 3 กลุ่มนี้
  1. เก่งในสายงานแบบตัวท็อป (Top 3 ของสายงาน)
  2. ใช้ Tech ในสายงานตัวเองได้โหดมาก จนผลงานชนะคนอื่น
  3. มีเงินและลงทุนใน Tech

ถ้าเราเข้าใกล้ 3 กลุ่มนี้ได้ เราจะเลือกโอกาสได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่ เราจะเป็นคนที่ถูกเลือก มากกว่า

7. ฝั่ง JOBBKK พูดตรงมาก: ยุคนี้ต้องเป็น Hybrid Professional

  • คุณกิตติศักดิ์เสริมว่า ถ้าเราอยู่ tier เดียวกับคนเก่ง ความต่างที่จะทำให้เรานำหน้า คือ ข้ามสายได้ และมีความเชี่ยวชาญมากกว่า 1 ด้าน

Hybrid Professional = มีแกนหลักของตัวเอง + มีสกิลเสริม อีก 1–2 ด้าน และอีกเรื่องที่พูดแล้วโดนมาก คือ นอกจาก Skill แล้ว Mental Health ก็สำคัญ เพราะความกดดันมันสูงขึ้นจริง

สุดท้ายคนที่องค์กรต้องการมาก คือ คนที่คุมการสั่งการเทคโนโลยีได้ ไม่ใช่แค่ใช้ตามคนอื่น

8. Core Skill ที่พูดถึงกันชัดขึ้นเรื่อย ๆ (มองไปปี 2030)

  • คุณโอชวินสรุปเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ แบบเห็นภาพ โดยเอามาจาก Future Job Reports 2025 จาก World Economic Forum
  1. Advanced Cognitive Skill + Self-management
    • Analytical Creativity: วิเคราะห์ให้จบ แล้วแปลงเป็นโซลูชันให้ธุรกิจได้
    • System Thinking: มองภาพรวม เลิกทำงานแบบ Silo ถ้าอยากให้นวัตกรรมเกิดจริงและต้องจัดการตัวเองให้ได้ เพราะโลกงานมันกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
  2. Twin Transition
    • Tech (AI / Data) ต้องมา
    • ESG ต้องไปพร้อมกัน
    • หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง องค์กรอยู่ยากขึ้น
  3. Human Connection + Communication
    • การสื่อสาร/ภาษา (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษในบริบทธุรกิจ)
    • ภาวะผู้นำเปลี่ยนจาก Command เป็น Influence
    • Social Influence เริ่มเป็นของจำเป็นสำหรับผู้นำยุคใหม่
  4. Growth + Business Acumen
    • Intrapreneurship องค์กรอยากให้คนทำงานคิดแบบผู้ประกอบการมากขึ้น
    • Lifelong Learning เรียนรู้ต่อเนื่อง กลายเป็นพื้นฐานใหม่ของคนทำงาน

ข้อสรุป:

  1. อย่ารอให้ งานบังคับ แล้วค่อยเรียน
  2. เลือก 1 งานที่ทำทุกวัน แล้วลองออกแบบ Workflow ให้ AI ช่วย
  3. สร้าง Skills เสริมให้เป็น Hybrid Professional
  4. ฝึก เรียนรู้ไว + ปรับตัวไว ให้เป็นจุดขายของตัวเอง

Source:

สดจากงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference