มาเปลี่ยน AI จากเครื่องมือค้นหาทั่วไปเป็น คู่หูทางกลยุทธ์ที่จะช่วยรื้อสร้างระบบการทำงานและปลดล็อกศักยภาพของคุณให้ก้าวล้ำเหนือใครในยุคนี้
สรุปคลิป Youtube: TOP AI Expert: How To Actually Get Ahead With AI (Before It’s Too Late) | Conor Grennan ของช่อง Silicon Valley Girl
Intro
- Conor Grennan ไม่ได้สอนใช้เครื่องมืออย่างเดียว แต่เน้นเรื่อง กรอบความคิด (Behavioral Framework) เพราะการปรับพฤติกรรมสำคัญกว่าการจำฟีเจอร์ใหม่ๆ เขาเชื่อว่า AI คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานได้มหาศาลถ้าใช้เป็น
ความจริงเรื่องการใช้ AI (มันต่ำกว่าที่คุณคิดเยอะ!)
- คนส่วนใหญ่ชอบบอกว่า ใช้ AI แล้ว แต่จริงๆ คือ แค่ลองใช้เป็นครั้งคราวเหมือนคนใช้ Excel ที่กดเป็นแค่บวกเลขแต่ทำสูตรยากๆ ไม่เป็น
- คนที่เป็น Power User จริงๆ จะใช้ AI วันละ 30 ครั้งในทุกเรื่องตั้งแต่ที่บ้านจนถึงที่ทำงาน และใช้เหมือนคู่หูในบทสนทนา
วิธีเริ่มใช้ AI ตั้งแต่วันนี้
- อย่าไปเครียดกับพวกคลังคำสั่ง (Prompt Library) หมื่นๆ อัน หรือกังวลว่าต้องใช้เครื่องมือล่าสุด แค่เลือกตัวที่ถนัด (ChatGPT, Gemini, Claude) แล้วเริ่มเอามันมาใช้กับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน
- นึกภาพว่ามัน คือ นางฟ้าแม่ทูนหัว ที่อยู่ข้างตัวคุณตลอดเวลา เพื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เคสการใช้งานที่เปลี่ยนเกมได้จริง
- การระดมสมอง: ใช้คุยโต้ตอบเพื่อขยายไอเดีย
- งานเขียน:
- อย่าให้ AI เขียนร่างแรกให้คุณ แต่ให้คุณเขียนเองก่อน แล้วค่อยให้มันช่วยเกลาให้น่าอ่านขึ้น หรือถามมันว่า มีสถิติอะไรที่ฉันตกหล่นไปไหม?
- หาจุดบอด: สั่งให้ AI ช่วยหาช่องโหว่ ในความคิดหรือ
แผนงานของคุณ ซึ่งมันทำได้ดีจนน่าตกใจ
- การเปลี่ยนกรอบความคิด: AI คือคู่หู ไม่ใช่เครื่องมือค้นหา
- คนมักมองว่า AI คือ การเปลี่ยนเครื่องมือเหมือนย้ายจากกระดาษไป Excel แต่จริงๆ แล้ว AI คือ วิธีการคิดแบบใหม่ ไม่ใช่แค่ Google Search ที่เอาไว้หาคำตอบ
- แต่มันคือ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณ คอยช่วยตั้งแต่เรื่องทำความสะอาดรอยกาแฟหก ไปจนถึงวางแผนงานวันเกิดลูก
เปลี่ยน AI ให้เป็นโค้ชกลยุทธ์ส่วนตัว
- แทนที่จะถามคำถามลอยๆ ให้คุณเล่าเป้าหมายชีวิตและสิ่งที่คุณเป็นให้ AI ฟังก่อน พอมันรู้บริบทของคุณแล้ว คำตอบที่ได้จะต่างจากเดิมมหาศาล เช่น ถ้าถามเรื่องโรงแรม มันจะไม่แค่บอกพิกัด แต่จะแนะนำที่ที่ใกล้สวนสาธารณะเพราะรู้ว่าคุณชอบวิ่งตอนเช้า
ทำไมสมองเราถึงมอง AI เป็นแค่ Google (และวิธีแก้)
- สมองเราเห็นช่องพิมพ์โต้ตอบ (Chatbox) แล้วจะเผลอประมวลผลไปเองว่าเป็น เครื่องมือค้นหา ทำให้เราแค่สั่งงานแล้วก็เดินจากไป
- วิธีแก้ คือ ต้องฝืนธรรมชาติของสมอง ให้คิดว่ากำลังคุยกับเพื่อนหรือ Jeff Bezos ที่นั่งอยู่ในห้อง ใช้การสนทนาโต้ตอบไปมาแทนการสั่งคำเดียวจบ
พลังที่แท้จริงของ AI
- AI ไม่ใช่เครื่องจักรผลิตคำตอบ แต่เป็น เครื่องจักรช่วยรันกระบวนการ แทนที่จะถามว่า ควรเปิดสาขาใหม่ไหม? ให้บอกกระบวนการที่คุณต้องทำ แล้วให้ AI ช่วยเดินงานไปทีละ Steps จะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพขึ้นเยอะ
วิธีโอนย้ายความจำ ระหว่างเครื่องมือ AI
- ถ้าคุณใช้ ChatGPT จนมันจำสไตล์และตัวตนคุณได้แล้ว แต่อยากลองย้ายไปใช้ Claude ให้สั่ง ChatGPT ว่า ช่วยสรุปทุกอย่างที่คุณรู้เกี่ยวกับตัวฉันออกมาเป็นเอกสาร 10 หน้า แล้วเอาข้อมูลนั้นไปใส่ใน AI ตัวอื่น วิธีนี้จะช่วยให้ AI ตัวใหม่รู้จักคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
คำสั่งทรงพลัง: ช่วยโต้แย้งฉันที และ ฉันพลาดอะไรไป?
- Push Back: บอก AI ว่า ช่วยโต้แย้งหรือผลักดันความคิดของฉันหน่อย ฉันไม่โกรธหรอก เพื่อให้ได้มุมมองที่คมขึ้น
- What Am I Missing?: ถามคำถามนี้ซ้ำๆ 5 รอบในเรื่องเดิม แล้วคุณจะพบไอเดียใหม่ๆ ที่สมองคุณล้าเกินกว่าจะคิดได้เอง
ทักษะที่สำคัญในยุค AI
- การคุยแบบมนุษย์: ทักษะที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารและโต้ตอบให้เป็นธรรมชาติ
- ความเชี่ยวชาญในงาน (Domain Expertise): คุณต้องรู้ว่า งานที่มีคุณภาพ หน้าตาเป็นยังไง เพื่อที่จะได้ควบคุมและสั่งการ AI ให้ผลิตงานที่ยอดเยี่ยมออกมาได้
การจ้างงานที่เปลี่ยนไป (เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน 30%)
- AI มีศักยภาพที่จะทดแทนงานระดับเริ่มต้น ได้ถึง 25-30% เพราะคนแค่หนึ่งหรือสองคนสามารถทำงานแทนทีมที่มีสิบคนได้หากใช้ AI เป็น นี่คือความท้าทายที่บริษัทต้องเจอว่าจะสอนทักษะใหม่ให้เด็กจบใหม่ยังไง
คนหางาน: ทำยังไงให้โดดเด่นด้วยทักษะ AI
- อย่าแค่พูดว่า ใช้ AI เป็น เพราะใครๆ ก็พูดได้ สิ่งที่ควรทำ คือ แสดงให้เห็นว่าคุณจะ ปฏิวัติกระบวนการทำงานของทีมทั้งหมดด้วย AI ได้ยังไง การเข้าไปบอกว่า คุณจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทั้งทีมให้ดีขึ้น คือ จุดตัดสินที่หัวหน้างานต้องการ
ทำไมตอนนี้ถึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของธุรกิจ
- เพราะ AI ทำหน้าที่เป็นทีมเสมือนให้คุณได้ ทั้งเขียนโค้ด ทำการตลาด หรือแม้แต่ปรึกษาข้อกฎหมาย คุณสามารถเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กร (Entrepreneur inside organization) ได้โดยการสร้างระบบงานใหม่ๆ ที่ใครก็ทำซ้ำได้ ซึ่งจะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีค่ามาก
อนาคตของมหาวิทยาลัย: จะหายไปไหม?
- มหาวิทยาลัยไม่มีวันหายไป เพราะมันไม่ใช่แค่ที่รับความรู้ แต่มัน คือ ที่พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนไอเดีย และการเติบโตทางสังคม แต่สิ่งที่ AI จะเข้ามาแทนที่แน่ๆ คือ การเรียนออนไลน์แบบเดิมๆ เพราะ AI สามารถเป็นติวเตอร์ส่วนตัวที่เข้าใจผู้เรียนแต่ละคนได้ดีกว่า
AI เพื่อการศึกษาและสาธารณสุขในเนปาล
- Conor เล่าด้วยความประทับใจว่า AI คือ ความหวังของประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างเนปาล มันทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้เด็กที่ไม่มีเงินจ้างครู และเป็นเหมือนหมอประจำตัว ในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงโรงพยาบาลยากลำบาก ซึ่งนี่คือ จุดสูงสุดที่เขาอยากเห็น AI ช่วยเหลือมนุษยชาติ
ข้อสรุป:
AI จะเป็นตัวช่วยยกระดับศักยภาพของมนุษย์ทั้งในด้านการศึกษาและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขทั่วโลกได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้นในอนาคต




