โลกกำลังจัดระเบียบใหม่ AI เร่งให้ทุกคนต้องโตแบบไม่หยุด
สรุปคลิป Youtube: คนทำงานควรเดินหน้าต่ออย่างไร ในโลกที่ถูกเร่งให้หาคำตอบสำเร็จรูป | Mission To The Moon EP.2485 โดย
- คุณ แท็บ รวิศ หาญอุตสาหะ Moderator, Founder Mission to the Moon
- ดร.สันติธาร เสถียรไทย, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย
- คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์, เจ้าของเพจ Roundfinger
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคนทำงานในยุค AI
- ดร.สันติธาร บอกว่า เมื่อก่อนทุกคนเชื่อว่าเทคโนโลยีจะกระทบแค่งานซ้ำๆ แต่ตอนนี้ AI โดยเฉพาะ GenAI อย่าง ChatGPT, Claude เข้ามาเปลี่ยนเกม มันกระทบทั้งโรงงาน, งานเอกสาร, คนที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทั้งนักบัญชี การเงิน การลงทุน หรือนักพัฒนา AI เองก็โดนผลกระทบอย่างหนัก การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกเปรียบกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งก่อนๆ ที่มักจะมีการจัดระเบียบชนชั้นใหม่ในสังคม แต่กำลังผลิตปัญญาที่สามารถทำงานสร้างสรรค์อย่างเขียนเพลงได้ดีเยี่ยม ทำให้ทุกคนเข้าถึงง่าย ไม่ต้องมีความรู้ด้านโค้ดอีก นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก
- ดร.สันติธารบอกว่า รัฐฯ และเอกชนต้องปรับโครงสร้าง นโยบายและคนทำงานต้องปรับตัวพร้อมกัน
AI มาเพื่อช่วยพัฒนาคนทุกชนชั้นจริงไหม
- แม้จะพูดว่า เทคโนโลยีเข้าถึงทุกคน แต่จริงๆ คนจำนวนมากยังไม่รู้วิธีใช้หรือไม่เห็นว่า AI เกี่ยวกับชีวิตตนเองอย่างไร
- การเข้าถึงแบบหลายระดับ เวอร์ชันฉลาดกว่าต้องจ่ายแพง จึงเป็นภาพ ลวงตาแห่งความเท่าเทียมและยิ่งขยายช่องว่าง ให้ประโยชน์ตกกับไม่กี่กลุ่ม
AI กำลังจัดระเบียบชนชั้นใหม่ของคนทำงาน
- การจัดระเบียบสังคมครั้งใหม่นี้ ผู้เชี่ยวชาญแบ่งชนชั้นคนทำงานในยุค AI ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ:
- AI Capitalists (AI LandLord) ผู้คุมแพลตฟอร์ม/โมเดล/ชิป/พลังงาน เก็บมูลค่ามากสุด ใครคุมโครงสร้างพื้นฐาน ชนะเกม
- Cyborgs คนทักษะแข็งใช้ AI เป็น ผลผลิตพุ่ง ต้นทุนลดช่องว่างกับคนทั่วไปยิ่งถ่าง
- Human-skill Led ขายความไว้วางใจ, ความอบอุ่น ใช้ AI ทำงานหลังบ้าน เสริมคุณค่าที่มนุษย์เท่านั้น
- The Displaced ทักษะซ้ำซ้อนถูกแทนที่ สูญความมั่นใจ รายได้ ต้องการ reskill ที่มีหลักประกันรายได้และเส้นทางอาชีพ
เราต้องการโลกแบบไหน? จะไล่ทันความสำเร็จไหม?
- โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว หลายคนเลือก ปล่อยจอย ไม่วิ่งตามเทคโนโลยี คำถามใหญ่ คือ เราอยากได้โลกแบบไหน และเทคฯ ดีต่อชีวิตจริงไหม?
- เมื่อจิตวิทยาความเหลื่อมล้ำทำให้เปรียบเทียบไม่รู้จบ ทุนนิยมอาจใกล้ทางตัน และเทคโนโลยีกำลังเร่งให้ช่องว่าง-ปัญหาสังคมหนักขึ้น
เราจะอยู่ในโลกที่พึงพอใจ ไม่ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลาได้ไหม?
- การพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่เป็นสิ่งที่ดี แต่โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอาจไม่ยินยอมให้เราอยู่นิ่งๆ คนที่อยู่ กลุ่ม 3 วันนี้ อาจกลายเป็น กลุ่ม 4 ในอีก 5 ปีข้างหน้า หากไม่ปรับตัว การจะใช้ชีวิตอย่างพึงพอใจได้นั้น ต้อง “รู้จักตัวเอง” (พอใจในสิ่งที่ตนมี) และ “รู้จักโลก” (เข้าใจความเร็วของการเปลี่ยนแปลง) ระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะภาคเอกชน บังคับให้ทุกคนต้อง “โตขึ้น” และ “เก่งขึ้น” ตลอดเวลา ซึ่งนำมาสู่ความเครียด เบิร์นเอาท์ และยังตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติด้วย มีตัวอย่างอย่างบริษัท Patagonia ที่กล้าเลิกขายสินค้าทำเงินเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นว่ายังมี “คุณค่าอื่น” นอกเหนือจากแค่กำไร
การบริหารและจัดสรรทรัพยากร ปัญหาที่แท้จริงของโลกนี้?
ปัญหาที่แท้จริงของโลกนี้คือ “การกระจาย” (distribution) ของทรัพยากร เรามีอาหารเหลือทิ้งมากมาย แต่ก็มีคนอดอยาก ระบบทุนนิยมที่ “นิยมทุน” (favors capital) ได้สร้างเทคโนโลยีที่มักจะ “แทนที่คน” และลดอำนาจต่อรองของแรงงาน เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน เพื่อลดการพึ่งพามนุษย์ที่อาจประท้วงหรือเรียกร้อง นี่คือปัญหาที่เทคโนโลยีมักถูกนำมาใช้เพื่อ “ลดคน” มากกว่า “ช่วยคน” ให้เก่งขึ้น การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยทั้งการปรับตัวของปัจเจก องค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคม และนโยบายของรัฐที่สนับสนุนความหลากหลายในการใช้ชีวิต
ระบบเศรษฐกิจกำลังบังคับให้เราแข่งขันกันมากเกินไปไหม?
- ระบบเศรษฐกิจเร่งแข่งขันทำคนทำงานเครียด หนุนคนตัวเล็ก–กลาง ให้โต ช่วย GDP ดีกว่าทุ่มรายใหญ่ ดังนั้น รัฐควรมี 3 สิ่งนี้ เพื่อรองรับทุกคน
- ตาข่าย (Safety Net) สวัสดิการพื้นฐานให้ผู้ปรับตัวไม่ทัน มีเวลาฟื้นตัว–เรียนรู้ใหม่
- Springboard พัฒนาทักษะและการเข้าถึง AI ให้คนทำงานบัฟ, ผลผลิต
- จรวด (Rocket) หนุน AI startups ไทยให้ Scale สู่ผู้เล่นระดับโลก สร้างเศรษฐกิจใหม่และมีทางเลือกที่หลากหลาย
คุณค่าของชีวิต การทำงาน และบรรทัดฐานของสังคม
- คนทำงานมักผูกตัวตนกับงาน ให้คุณค่ากับงาน เพราะระบบราคาที่บิดเบือน ยกย่องบางอาชีพเกินจริง ทั้งที่ไม่สะท้อนผลต่อสังคมและธรรมชาติ รัฐควรออกแบบ ระบบราคาใหม่ ด้วยภาษี/เงินอุดหนุน/กติกา ให้มูลค่างาน ทรัพยากรตรงความจริงมากขึ้น ตามบทเรียนแบบสแกนดิเนเวีย
เทคโนโลยีคือทางรอดหรือทางล่ม?
- เทคโนโลยีไม่ใช่ยาวิเศษ เป็นตัวเร่งปัญหาและหนุนความมั่งคั่งกระจุก จนบางอำนาจพึ่งทางหนีส่วนตัว เช่น อนาคตจะเป็นทางรอดหรือทางล่ม ขึ้นกับกติกา ผู้ควบคุมต้องกำกับให้รับใช้ส่วนรวม มากกว่าการเอาตัวรอดรายบุคคล
การท่องเที่ยว การไปต่อของประเทศไทย?
- ท่องเที่ยวไทยควรขยับจากปริมาณสู่คุณภาพสู่ Longevity Economy เน้นสุขภาพ/เวลเนส/ความงาม จ้างงานมาก กระจายรายได้ ยกระดับ Health Span และดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ต้องชัดว่า เพื่อใคร–ภาระของใคร การลงทุนควรมีรัฐ–สังคมร่วมรับผิด ไม่ผลักภาระสุขภาพและค่าใช้จ่ายให้ปัจเจกเท่านั้น
เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันมากขึ้น
- โลกแข่งขันทำให้หมกมุ่นความสำเร็จส่วนตัว สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ จึงต้องเห็นปัญหาร่วมและเปิดบทสนทนาหลากหลาย เมื่อกล้ายอมกล้าเสียบ้างเพื่อให้ผู้อื่นได้ ระบบจะเกื้อกูลกันมากขึ้นและพาเราก้าวหน้าไปด้วยกัน