วันนี้ 24 กรกฎาคม 2568 ทำเนียบขาว เปิดตัว แผนกลยุทธ์ Winning the Race: America’s AI Action Plan เป็นแผนภาพใหญ่สำหรับการรักษาความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในการพัฒนา AI แบบครบวงจร เพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้ AI มากขึ้น รวมถึงทดสอบความปลอดภัยและประสานงานด้านความมั่นคงหลายจุด

ในขณะเดียวกัน Anthropic เคยส่งนโยบายและความเห็นให้ Office of Science and Technology Policy (OSTP) ไว้ก่อนหน้านี้เลย ถึงแม้ว่าแผนนี้จะวางแนวทางดีมาก ๆ แล้ว แต่ทีม Anthropic คิดว่ายังขาดจุดสำคัญ 2 เรื่อง คือ การควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวด และ การมีมาตรฐานความโปร่งใสในการพัฒนา AI ที่จำเป็นต่อการรักษาความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ให้มั่นคงระยะยาว

ไฟล์เอกสาร Winning the Race: America’s AI Action Plan

3 แกนหลักของ America’s AI Action Plan

  1. เร่งเครื่อง นวัตกรรม AI ให้เร็วขึ้น
    • ทำเนียบขาวตั้งโจทย์ว่า ถ้าจะเป็นเบอร์ 1 ของโลก เราต้องปล่อยภาคเอกชนคิด-ทำเต็ม Speed ไม่จุกจิก ด้วยการยกเลิกคำสั่งเดิมที่ถ่วง และเชิญชวนบริษัทแจ้งมาว่า กฎหมายข้อไหนยังเกะกะจะจัดการให้
    • แนวคิดต่อมาคือ เปิดก่อน ปรับทีหลัง หนุน Open-Source Model, จัดตลาดซื้อ-ขาย GPU แบบยืดหยุ่นให้ StartUp เช่าแรงคอมถูกลง รวมถึง Upskills แรงงานให้ทันยุค AI ไม่ใช่แค่กันคนตกงาน แต่จะดันเงินเดือนอาชีพใหม่ ๆ ให้สูงขึ้นไปด้วย
    • สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำ เพื่อเร่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ และเราก็พร้อมเดินหน้าร่วมกับรัฐบาลในเรื่องนี้เต็มที่ โดยเฉพาะการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศให้พอรองรับ AI ที่โตแบบก้าวกระโดด
    • แผนนี้ก็เสนอแนวทางหลายอย่างที่ตรงกับสิ่งที่ Anthropic เคยเสนอ เช่น:
    • ให้สำนักงาน OMB เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องข้อจำกัดงบประมาณ ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้หน่วยงานรัฐยังไม่กล้าใช้ AI
    • เปิดให้คนในอุตสาหกรรมส่งความเห็นว่า กฎระเบียบไหนบ้างที่ขัดขวางนวัตกรรม AI เพื่อจะได้ปรับแก้ให้ทันสมัย
    • ปรับมาตรฐานการจัดซื้อของภาครัฐให้เอื้อต่อการนำ AI มาใช้ได้จริง
    • ดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ในงานด้านกลาโหมและความมั่นคง เพื่อให้ AI เข้ามาช่วยงานได้มากขึ้น
  2. สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ AI วิ่งได้จริง
    • แผนนี้ยอมรับตรง ๆ ว่า ไฟกับชิป คือ คอขวดหลัก สหรัฐฯ ต้องผลิตไฟเพิ่มมหึมา-ลากสายส่งใหม่-สร้าง, Data Center และปั้นโรงงาน Semi-Conductor ในประเทศให้ทัน ภารกิจนี้ถูกสรุปสั้น ๆ ว่า Build, Baby, Build! เอกสารจึงเสนอการออกใบอนุญาตรวดเดียวจบ ลดขั้นตอนสิ่งแวดล้อม และกันเทคโนโลยีสำคัญไม่ให้คู่แข่งสอดไส้
    • นอกจากนี้ยังเตรียมมาตรฐาน Data Center เกรดกลาโหม และปั้นคนทำงานสายช่างต่าง ๆ รวมถึงช่าง Server จำนวนมหาศาล เพื่อให้ทุกอย่างเดินพร้อมกันแบบไม่สะดุดไฟดับกลางทาง
    • AI โตขึ้นเร็วมาก เลยเน้นทั้งการป้องกันการใช้ AI ผิดทางและเตรียมรับมือความเสี่ยงล่วงหน้า โดยให้ทุนวิจัยด้านการตีความโมเดล (interpretability), ระบบควบคุม AI และการต้านการโจมตีแบบเจาะจง (adversarial robustness) ซึ่งจำเป็นต่อการอยู่กับ AI ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
    • แผนเหล่านี้ยังยกให้ NIST’s CAISI เป็นหัวหอกในการทดสอบและประเมินความเสี่ยงระดับชาติของโมเดลล้ำๆ ที่อาจนำไปใช้พัฒนาชีวอาวุธได้ เราจึงอยากให้รัฐบาลทุ่มทุนเพิ่มและโฟกัสมาตรการทดสอบที่ตอบโจทย์งานความมั่นคงโดยตรง
    • สรุปคือ แผนนี้ตั้งใจปูพื้นความปลอดภัยให้ AI วิ่งได้จริง โดยลดช่องโหว่และสกัดความเสี่ยงระดับประเทศไว้ตั้งแต่ต้นครับ
  3. นำเกมบนเวทีโลกด้วยการทูต & ความมั่นคงด้าน AI
    • แผนเสากำแพงสุดท้าย คือ ยึดพื้นที่โลกให้เทคโนโลยี Made in America เป็นมาตรฐาน ตั้งแต่ชิปยันซอฟต์แวร์ แล้วใช้สิ่งนี้เป็นตาข่ายกันอิทธิพลจีน ผลักดัน Hardware-AI Models เป็นมาตรฐานของสหรัฐฯ ไปยังพันธมิตร เน้นความโปร่งใส และ ไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามอาศัยของเราไปฟรี ๆ ให้ทุกคนมั่นใจว่า AI ถูกสร้างอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละรัฐออกกฎหมายกระจัดกระจาย
    • นอกจากนั้นยังเตรียมบทบาทเชิงรุกในองค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อดักคัดค้านกติกาที่จีนพยายามแทรก เช่น ร่างโค้ดที่เปิดช่องเซ็นเซอร์หรือกดเสรีภาพ พร้อมคุมเข้มการส่งออก GPU ชั้นสูงและอุดรูรั่วทุกจุดที่ชิปอาจเล็ดลอดไปถึงมือต่างชาติที่สุ่มเสี่ยง และหนุนงานวิจัยตีความระบบ AI เพื่อป้องกันการโจมตี
    • ห้ามปล่อยให้ ชิป Nvidia H20 หลุดไปจีน ด้วย Bandwidth หน่วยความจำที่ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าปล่อยไปก็เหมือนมอบกุญแจสำคัญให้คู่แข่ง แผนนี้จึงเรียกร้องให้คุมเข้มการส่งออก H20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในศึก AI ระดับโลกครับ

ข้อสรุป:

แผนของอเมริกานี้ช่วยให้เห็นชัดว่า AI ยุคต่อไปจะเดินหน้าอย่างไร คุณจะนำทิศทางนี้ไปวางกลยุทธ์หรือสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้ทันที

Source:

AI Gov, Next Gov, The White House, Anthropic