AI สร้างทักษะและความท้าทายที่กำลังพลิกโฉมชีวิต การงาน และสังคมของเรา

สรุป Live สด จากเพจ AI เพื่อธุรกิจและสังคม: SundayAI Webinar: AI & Human readiness – อนาคตกับ AI ต้องพร้อมแค่ไหนถึงจะพอ ดำเนินรายการโดย

  1. คุณโชค วิศวโยธิน จากเพจ AI เพื่อธุรกิจและสังคม เป็น Moderator, Host

แขกรับเชิญพิเศษ 3 ท่าน

  1. ดร.ต้นสน คุณสันติธาร เสถียรไทย, Council member, World Economic Forum’s Global Future Council
  2. คุณทอย กษิดิศ สตางค์มงคล Writer, DataRockie
  3. อ.อ๋า นพ. ปิยะฤทธิ์ อิทธิชัยวงศ์, Co-founder PreceptorAI by CARIVA (Thailand)

นิยามความฉลาดของ AI และมนุษย์: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

อาจารย์อ๋า เล่าถึงคำพูดของ Sam Altman CEO OpenAI ที่บอกว่า ลูกผมจะไม่มีวันโตขึ้นมาฉลาดกว่า AI เลย เป็นประโยคที่ทรงพลังมาก AI เก่งมากในเรื่อง การแก้ปัญหา IQ เช่น มิติสัมพันธ์หรือโจทย์เลขโอลิมปิก เพราะ AI เรียนรู้ Pattern การตอบโจทย์มาเยอะ เหมือนเราฝึกทำข้อสอบ แต่ความฉลาดในอนาคตจะไม่ใช่แค่เรื่อง IQ แบบนี้แล้ว ยิ่ง AI เก่งขึ้นจนทำข้อสอบได้ดี เพราะเทคนิคที่เรียกว่า Reasoning model คือ ลองทำโจทย์ซ้ำเป็นร้อยๆ รอบ เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดได้ ซึ่งมนุษย์ทำแบบนั้นไม่ได้

มุมมืดของ AI ที่หลายคนไม่รู้ตัว กับ โอกาสและความท้าทาย

คุณทอยมองว่า AI มี ประโยชน์สุทธิที่อาจจะ ติดลบ ถ้ามนุษย์นำไปใช้ในทางที่ผิด คุณทอยพูดถึงแนวคิด The Death of Internet Theory หรือ ยุคอินเทอร์เน็ตล่มสลาย ที่บอกว่า 99.99% ของ Content บน Internet จะเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมา ไม่ใช่จากมนุษย์จริง ๆ

ความเสี่ยงมี 2 ระดับ:

  1. ระยะสั้น มนุษย์ใช้ AI แบบผิด เช่น สร้าง Fake News, โฆษณาปลอมๆ หรือใช้ในสงคราม (อย่างโดรนบินตามคนได้ในป่า)
  2. ระยะยาว เมื่อ AI ไปถึงระดับ AGI (AI ฉลาดเท่ามนุษย์ในทุกด้าน) หรือ ASI (Super Intelligence ฉลาดกว่ามนุษย์หลายมิติ)

คำถามคือ แล้วพวกเราจะยังไงต่อ?

คุณทอยเชื่อว่า AGI กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ ไม่ใช่จุดตัดในอนาคต แต่เป็นการพัฒนา AI ที่ฉลาดขึ้นทุกวันที่เราใช้ชีวิตอยู่ ผู้เชี่ยวชาญบางคนออกจากบริษัท AI ชั้นนำเพราะมองว่าโมเดลที่สร้างขึ้นไม่ปลอดภัย

  • Humanoid Robot: จุดเปลี่ยนที่แท้จริงต่อตลาดแรงงาน ใน 3-5 ปีข้างหน้าอาจมาจากหุ่นยนต์ Humaniod ราคาถูก ซึ่งสามารถทำงาน Blue Collar (แรงงานกาย) ที่เป็นงานส่วนใหญ่ของคนทั่วโลกได้ตลอดทั้งวัน สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอนาคตเป็นอย่างมาก

สังคมและตลาดงานยุค AI จะเป็นยังไง?

คุณต้นสนเชื่อว่า AI จะเปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่ในสังคม และจะจัดระเบียบสังคมใหม่เป็น 4 กลุ่มหลัก:

  1. AI Landlord/AI Admin เจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ว่าจะเป็น AI หรือคนสร้างชิปอย่าง Nvidia เปรียบเหมือนนายทุนยุคใหม่ได้ประโยชน์เต็มๆ
  2. Cyborgs คนที่ไม่ได้สร้าง AI แต่ นำ AI มาเพิ่มศักยภาพ ความเก่งของตัวเอง เหมือน Buff ให้ Level Up ขึ้นไปอีกหลายชั้น เช่น หมอเก่งๆ ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ หรือนักเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ AI ช่วยหาข้อมูล กลุ่มนี้จะเริ่มเห็นชัดในวงการที่ใช้ความรู้เยอะๆ
  3. Service Professionals กลุ่มงานที่ยังต้องใช้ human touch เยอะๆ เช่น นักจิตวิทยา, พยาบาล, คุณครู, พนักงานขาย
    • กลุ่มย่อยแรก ทักษะหายาก ไม่ถูกแทนที่ง่ายๆ และอาจได้ประโยชน์จาก AI บ้าง
    • กลุ่มย่อยที่ 2 ทักษะมนุษย์ที่คนอื่นทำแทนได้ง่าย กลุ่มนี้จะถูกลดบทบาทลง รายได้และความมั่นคงน้อยลง
  4. The Displaced กลุ่มที่แย่ที่สุด หลุดออกจากตลาดงาน ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว และจะลำบากมาก

รับมือ AI ยังไงดี? กลยุทธ์ส่วนบุคคล

คุณทอย บอกว่า One Person Business เขาเชื่อว่าเราควบคุม AI ไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้ ทางรอด คือ การเป็นผู้ประกอบการ สร้างอะไรของตัวเอง และหาลูกค้าแค่ 1,000 คนจาก 8,000 ล้านคนทั่วโลก มาสนับสนุน เน้นว่าการทำงานบริษัทเดียวคือ single point of failure ที่อาจทำให้ตกงานได้ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน

คุณต้นสน บอกว่า Portfolio Career คือ การทำงานหลายหมวด หลายบทบาท ไม่ผูกติดกับงานประจำอย่างเดียว เหมือนการจัด Port ลงทุน ที่กระจายความเสี่ยงและเพิ่มอำนาจต่อรอง

โดยใช้ โมเดลการเรียนรู้แบบ นม วิสกี้ น้ำเปล่า:

  • นม เหมือนความรู้ที่มีประโยชน์ เรียนรู้ง่าย แต่หมดอายุเร็ว เช่น ข่าวสาร AI ล่าสุด หรือเศรษฐศาสตร์บางเรื่อง
  • วิสกี้ ทักษะที่ต้องใช้เวลา บ่มเพาะนาน ได้มายาก แต่ติดตัวและอยู่ได้นาน เช่น Critical Thinking, Creativity, Communication, Leadership, Complex Problem Solving
  • น้ำเปล่า เหมือนการรู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง ทั้งจุดแข็งจุดอ่อน และสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข นี่คือ สิ่งที่การศึกษาปัจจุบันสอนน้อยมาก แต่สำคัญที่สุด

แล้วคนที่ไม่ทันล่ะจะทำยังไง?

อาจารย์อ๋า มองว่า อนาคต Interface ของคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนไปมาก เช่น ใช้เสียง หรือรูปภาพเป็นหลัก ทำให้คนที่อาจไม่ถนัดการพิมพ์หรือคลิกเมาส์ สามารถใช้ AI ได้ง่ายขึ้น เหมือนมีคนคุยด้วยจริงๆ

คุณต้นสน ชี้ว่า ปัญหาหลักของคนที่ตามไม่ทันมี 4 กลุ่ม:

  1. เข้าไม่ถึงอุปกรณ์/อินเทอร์เน็ต
  2. ขาด Digital Skill
  3. วิชาชีพไม่ใช้ AI (ซึ่งจริงๆ ใช้ได้เยอะกว่าที่คิด)
  4. Mindset ที่ไม่เปิดรับการเรียนรู้
  • ท่านย้ำว่า AI ง่ายขึ้นเยอะไม่ได้ยากขึ้น และเราไม่ควรปิดรับ

คุณทอย เสนอว่า Free Market อาจไม่เวิร์คเสมอไป เพราะสังคมให้ค่ากับ Market Value มากกว่า Social Value เขาเชื่อว่า รัฐบาลควร Intervention เข้ามาช่วยกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่อาจเข้าไม่ถึงโอกาส และยังพูดถึงแนวคิด Universal Basic Income (UBI) หรือรัฐบาลให้เงินพื้นฐานทุกคนเพื่อใช้ชีวิตที่ถูกพูดถึงมานานแล้ว

อาจารย์อ๋า เสริมว่า เงินที่คนไทยจ่ายให้ AI ต่างประเทศจำนวนมากกำลังไหลออกนอกประเทศ ดังนั้นมองว่า ควรมีการ Tax รายได้ที่เกิดจาก AI หรือ Robotic เพื่อนำเงินมาช่วยคนในประเทศ

คุณต้นสน สรุปแนวทางระดับชาติเป็น 3 ระดับ:

  1. ตาข่าย (Social Safety Net) มีระบบรองรับคนที่ไม่ทัน หรือถูก Displace เช่น UBI ที่ปรับให้เหมาะสมกับบริบทของไทย
  2. สปริงบอร์ด (Springboard) ระบบ Re-UpSkill ระดับชาติขนาดใหญ่ เพื่อช่วยคนจากระดับล่างให้สามารถเด้งขึ้นมาเป็น Cyborg หรือ Service Professional ที่มี Good Jobs ได้
  3. จรวด (Rocket) การสร้าง AI Landlord ของไทยเอง เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคฯ บ้าง ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน เพื่อให้เงินยังหมุนเวียนในประเทศ

บทส่งท้ายจากผู้เชี่ยวชาญ

  • อาจารย์อ๋า หากไม่รีบปรับตัว อีกไม่กี่ปี ก็อาจกลายเป็น ลูกน้องหุ่นยนต์ ส่วนคนที่ขยันจะเป็นเจ้าของหุ่นยนต์ ประเทศก็อาจแพ้เพื่อนบ้าน ถ้าไม่เร่งเครื่อง
  • คุณทอย คนไทยควรช่วยกัน ไม่แข่งกันเอง เน้นความพอเพียง พึ่งตัวเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งต่างชาติ
  • คุณต้นสน AI คือ คลื่นยักษ์ที่ต้องรีบสร้างบอร์ดแล้วขี่ไปให้ทัน เป็นโอกาสให้เราก้าวแซงได้
  • คุณโชค นี่คือโอกาสเริ่มต้นพร้อมกันทั้งโลก แม้เราไม่สร้างโมเดลใหญ่ได้ แต่เราสร้างสิ่งใหม่บนมันได้ อย่าทิ้ง AI เพราะถ้าไม่เข้าใจ ก็จะใช้โอกาสนี้ไม่เป็น

Source:

Youtube