เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ความฉลาดกลายเป็นเหมือนไฟฟ้าที่มีอยู่ทุกที่และช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นแบบที่คาดไม่ถึงเลย
สรุปคลิป Youtube: OpenAI Podcast ตอนที่ 12 ที่ Sarah Friar, CFO ของ OpenAI กับ Vinod Khosla, นักลงทุนระดับตำนาน
เรื่องราวของ AI ในปี 2026 จะเป็นยังไง?
- ปี 2025 เราอาจจะตื่นเต้นกับ Agents หรือลองเขียนโค้ดแบบงูๆ ปลาๆ แต่พอเข้าปี 2026 ทีมงานมองว่า เป็นยุคที่ Agent จะทำงานได้จริงและเห็นผลชัดเจน
- ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่ใช้ AI ช่วยจัดการระบบบัญชี หรือตรวจสอบสัญญาให้ทุกวันแบบอัตโนมัติ ส่วนฝั่งคนใช้งานทั่วไป AI จะช่วยวางแผนเที่ยวได้เป๊ะ ตั้งแต่จองร้านอาหารที่ชอบ จนถึง เช็กตารางบินและปฏิทินส่วนตัวให้เสร็จสรรพ
AI กับวงการสาธารณสุข
- AI จะทำให้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ เป็นของที่หาได้ง่ายและราคาถูกลง ตอนนี้มีคนถามคำถามสุขภาพกับ ChatGPT อาทิตย์ละ 230 ล้านคน และหมอในอเมริกากว่า 66% ก็ใช้มันช่วยทำงานด้วย
- ช่วยหมอ:
- AI เหมือนเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ช่วยหมอวินิจฉัยโรคหายาก เช่น มาลาเรีย ในที่ที่หมอไม่คุ้นเคย
- ช่วยคนไข้:
- เราสามารถเอาเมนูอาหารมาถ่ายรูปให้ AI ช่วยดูว่า จานไหนเหมาะกับลูกที่เป็นเบาหวาน หรือใช้หาความเห็นที่ 2 ก่อนไปคุยกับหมอได้แม่นยำขึ้น
การทุ่มเงินซื้อคอมพิวเตอร์ให้สมกับรายได้
- OpenAI ลงทุนกับระบบประมวลผล (Compute) มหาศาลมาก โดยตัวเลขมันสัมพันธ์กับรายได้แบบเห็นๆ เลยครับ
- ปี 2023: รายได้ 2 พันล้านเหรียญ ใช้ไฟ 200 เมกะวัตต์
- ปี 2024: รายได้ 6 พันล้านเหรียญ ใช้ไฟ 600 เมกะวัตต์
- ปี 2025: รายได้ทะลุ 2 หมื่นล้านเหรียญ ใช้ไฟพุ่งถึง 2 กิกะวัตต์ ยิ่งมีพลังประมวลผลเยอะ รายได้ก็ยิ่งโต ปัญหา คือ ระบบประมวลผลมีไม่พอใช้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้ คือ ฟองสบู่ เหมือนยุค Dot-com หรือเปล่า?
- Vinod บอกว่า อย่าไปดูแค่ราคาหุ้น เพราะนั่นมันเรื่องของความกลัวกับความโลภ แต่ให้ดูที่การใช้งานจริง (API calls) ซึ่งตอนนี้ความต้องการ AI มันล้นหลามมาก
- ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ในทีมการเงินของ OpenAI เอง AI ช่วยอ่านสัญญามหาศาลได้ในชั่วข้ามคืน งานที่เคยน่าเบื่อและต้องจ้างคนเพิ่มเรื่อยๆ ตอนนี้ AI จัดการให้หมด แถมยังบอกได้ด้วยว่าสัญญาอันไหนผิดปกติ แบบนี้เรียกว่ามีมูลค่าจริงๆ ไม่ใช่แค่กระแสฟองสบู่
จะมีโฆษณาใน ChatGPT ไหม?
- Sarah บอกว่าภารกิจของ OpenAI คือ ทำให้ทุกคนเข้าถึง AI ได้ฟรี
- การมีโฆษณาอาจจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้ แต่เขาสัญญาว่า AI จะให้คำตอบที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกจ้างมาให้ตอบ โฆษณาในอนาคตอาจจะมาในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ เช่น ถ้าเราวางแผนเที่ยวแล้วมีดีลที่พักดีๆ ขึ้นมาให้ดู และจะยังคงมีเวอร์ชันที่ไม่มีโฆษณาให้เลือกใช้แน่นอน
เราต้องสมัครสมาชิก AI หลายเจ้าหรือเปล่า?
- น่าจะเป็นแบบนั้นครับ เหมือนที่เราสมัครทั้ง Netflix และ Disney+ คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะใช้มากกว่าหนึ่งเจ้า แต่สิ่งที่ทำให้เราย้ายค่ายยาก คือ ความจำ (Memory) ของ AI ถ้าเจ้าไหนจำเราได้ดี รู้ใจเรา มันก็จะเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราอยากใช้เจ้านั้นต่อไปยาวๆ
จะชนะในตลาดระดับองค์กร (Enterprise) ได้ยังไง?
- OpenAI ชนะใจคนทำงานก่อน แล้วคนทำงานก็นำมันเข้าบริษัทเอง (เหมือนยุคที่คนเริ่มพก iPhone ไปทำงาน)
- ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆ กว่า 90% ใช้หรือวางแผนจะใช้ OpenAI แล้ว กุญแจสำคัญ คือ การเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเฉพาะทางจริงๆ เช่น ช่วยบริษัทพลังงานวิเคราะห์ข้อมูลหลุมน้ำมัน หรือช่วยบริษัทยาหาตัวยาใหม่ๆ
Startup จะรอดไหมในยุคนี้?
- รอดแน่นอนครับ! เพราะไม่มีบริษัทไหนทำได้ทุกอย่างในโลก โอกาสของ Startup คือ การเอา AI ไปใช้กับข้อมูลเฉพาะตัวที่อยู่หลังกำแพงบริษัท หรือสร้างระบบที่ซับซ้อนมากๆ ที่โมเดลทั่วไปทำไม่ได้ ยุคนี้เป็นยุคที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ เลย
หุ่นยนต์และอนาคตที่ไกลกว่านั้น
- อีก 15 ปีข้างหน้า ธุรกิจหุ่นยนต์อาจจะใหญ่กว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ซะอีก
- หุ่นยนต์ในบ้าน:
- อาจจะไม่ได้เริ่มจากการพับผ้า แต่เริ่มจากเป็นเพื่อนคลายเหงาให้ผู้สูงอายุ
- เศรษฐกิจยุคใหม่:
- ในอนาคตค่าแรงและค่าความเชี่ยวชาญจะถูกลงจนเกือบฟรี ทำให้รัฐบาลสามารถจัดสวัสดิการดีๆ อย่างการรักษาพยาบาลหรือการศึกษาให้ประชาชนได้เกือบฟรีเช่นกัน
ข้อสรุป:
ปี 2026 จะเป็นปีที่ช่องว่างระหว่าง ความเก่งของ AI กับ สิ่งที่เราใช้จริง เริ่มขยับเข้าหากันมากขึ้น เช่น การจอง Trips หรือตรวจสัญญาธุรกิจให้เราอัตโนมัติ ยุคนี้ คือ โอกาสทองที่จะเอาความเก่งของระบบไปรวมกับข้อมูลเฉพาะที่มี เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เปลี่ยนโลกตั้งแต่วงการยาจนถึงหุ่นยนต์เพื่อนแก้เหงาในบ้าน




