AI กลายเป็นเครื่องมือให้ใช้งานกับทุกคน รวมถึงนักศึกษา แต่การใช้งานแบบไม่ระวังอาจทำให้ชีวิตการเรียนจบลง เหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยวิลนีอุสในลิทัวเนียเป็นกรณีศึกษาล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า “การไม่เปิดเผยการใช้ AI” ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเล็กน้อย เป็นความเสี่ยงที่ทำให้ถูกไล่ออกจากรั้วมหาลัยได้จริง

เหตุการณ์

24 มีนาคม 2568 ประเทศลิทัวเนีย แถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยวิลนีอุสว่า มีนักศึกษาประมาณ 10 คนถูกไล่ออกจากการใช้ AI ในงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ในวิทยานิพนธ์

แม้ไม่มีการห้ามใช้ AI แต่บางครั้งนักศึกษานำไปใช้อย่างไม่รับผิดชอบ

การใช้งานที่ผิด คือ ไม่เปิดเผยว่า มีการใช้ AI เขียนลงในผลงาน

ไม่ได้มีเพียงที่นี่ ในสถาบันลิทัวเนียแห่งอื่น ๆ มีการใช้วิธีการนี้

Nora Skaburskienė กล่าวว่า เราแนะนำให้อาจารย์ทบทวนทั้งการบ้านและเกณฑ์การให้คะแนน สุดท้ายงานที่มอบหมาย ต้องสะท้อนว่า นักศึกษาแสดงความคิดและทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่คัดลอกข้อมูล

ถ้าพูดถึง AI แบบสร้างข้อมูล Generative AI ที่ผิดพลาดบ่อย และเชื่อว่านักศึกษาหลายคนรู้ดีว่าใช้ไม่ได้ผล มันไม่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มาได้และมักผิดพลาดในการอ้างอิง” Gabija Juzėnaitė ตัวแทนสหภาพนักศึกษากล่าว

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตัวแทนองค์การนักศึกษาแสดงข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม ระบุว่านักศึกษาเข้าใจผลพวงที่ตามมา บางส่วนรับรู้ถึงความเสี่ยงในการพึ่งพา AI มากเกินไปจนไม่เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง

ข้อสรุป:

กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการลงโทษ การใช้ AI ในวงการศึกษาต้องมีกติกา ที่ชัดเจน มหาลัยต้องออกแบบการประเมินให้วัดทักษะจริง และนักศึกษาต้องตระหนักว่า AI คือ “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ ให้ AI มาคิดเอง

Source:

China Xinhua News, one31, Line TODAY, English News, NST, DailyNews

Source Image:

แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศเทศกาลแห่งแสงนานาชาติในกรุงวิลนีอุสของลิทัวเนีย วันที่ 26 ม.ค. 2025