สรุป Session: Opening Remarks: Future Trends Ahead 2026 จากงาน Future Trends Aheead Summit 2026 โดยคุณธนโชติ วิสุทธิสมาน | CEO of Like Me Co., Ltd. (Future Trends)

คนทั้งประเทศได้ยินแล้วสะดุ้ง

– คุณธนโชติ บอกว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเห็นพาดหัวของ Financial Times ที่พูดแรงว่า ประเทศไทย คือ Sick Man of Asia ไม่ได้หมายถึง แค่เศรษฐกิจแย่แบบชั่วคราว แต่หมายถึง ภาพใหญ่ที่ประเทศเหมือนป่วยเรื้อรัง ขยับยาก และฟื้นตัวช้า

Sick Man of Asia หมายถึงอะไร?

  • คุณธนโชติ สรุปเหตุผลที่ทำให้ไทยถูกมองเป็นแบบนี้:
  1. เศรษฐกิจชะงักยาวหลายสิบปี
    • ไทยเคยโตระดับ 5–6% ต่อปี
    • ปัจจุบันเหลือแค่ราว 2% ต่อปี
  2. เครื่องยนต์เศรษฐกิจ 3 ตัวหลักอ่อนแรง
    • Consumption (การบริโภคในประเทศ)
    • Manufacturing (การผลิต/อุตสาหกรรม)
    • Tourism (ท่องเที่ยว)
    • ภาพรวม คือ แย่ลงมาก เมื่อเทียบกับบทบาทเดิมที่เคยพาประเทศไปต่อได้
  3. โครงสร้างประชากร + หนี้ครัวเรือน น่ากังวล
    • ไทยเข้าสู่ Aged Society คนสูงวัยเยอะขึ้น
    • คนรุ่นใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน และแยกออกไปเรื่อย ๆ
    • ขณะเดียวกัน หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นมาก
  4. การเมืองและเสถียรภาพ
    • มีการเปลี่ยนผู้นำ/เปลี่ยนแปลงบ่อย
    • เจอประเด็นเรื่อง Rule of Law เป็นระยะ ๆ
    • สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุนสั่นคลอน ได้ง่าย
  5. ตลาดทุนและโครงสร้างธุรกิจส่งสัญญาณไม่ดี
    • ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถูกมองว่าเป็น Worst Performing Stock Market ในเอเชีย
    • รวมถึงสัญญาณด้านโครงสร้างตลาด/ธุรกิจที่ไม่น่าไว้ใจในภาพรวม

ประเด็นสำคัญ: เราไม่ได้ป่วยอย่างเดียว เรากำลังเจอ พายุด้วย

  • คุณธนโชติย้ำว่า สถานการณ์มันหนักขึ้น เพราะโลกภายนอกไม่ได้สงบเลย คือ ไม่ใช่แค่เราอ่อนแรง แต่ข้างนอกมีพายุ หลายลูกกำลังพุ่งเข้ามา เช่น
    • Global Economy ที่ชะลอ/ถดถอยในหลายประเทศ
    • Technology / AI Disruption ที่เปลี่ยนเกมเร็ว
    • Climate Crisis
    • Geopolitics การเปลี่ยนขั้วอำนาจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
    • ความไว้ใจกันระหว่างประเทศที่สะสมมาหลังสงครามโลก เริ่มทลาย/ย้ายขั้ว
    • ภาพของสงครามเย็น/ร้อน ที่เกิดแล้ว และอนาคตยังเดายาก

Time is running out & โอกาสกำลังเหลือน้อยลง

  • คุณธนโชติพูดถึงอารมณ์ร่วมของสังคม ว่า หลายคนมองว่า ก่อนการเลือกตั้ง เป็นช่วงที่ถูกพูดกันว่า อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ประเทศจะได้ ปรับโครงสร้างให้ทันโลก เพราะถ้าช้าไปกว่านี้…เกมการแข่งขันอาจหลุดมือไปเรื่อย ๆ

ธุรกิจไทยอยู่ในช่วงยากที่สุด แต่ทุกวิกฤตมีโอกาส

  • ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืด คนทำงานเหนื่อย ธุรกิจโดนกดดันรอบด้าน
  • คุณธนโชติย้ำมุมนี้ไว้ชัดมากว่า
    • ทุกครั้งที่โลกมีปัญหา / มี Crisis
    • มันจะมี Opportunity ใหม่เกิดขึ้นเสมอ

แต่คำถามคือ ใครจะเห็นก่อน คนที่ เจอก่อน คว้าได้ก่อน ใช้เป็นก่อน จะได้เปรียบ และมีสิทธิ์ Turn around กลับมาได้

  • จากบริบททั้งหมด Future Trends เลยวางบทบาทของงานปีนี้ว่า อยากเป็นแรงช่วยขับเคลื่อนประเทศและธุรกิจให้แข็งแรงพอจะผ่านพายุไปได้
  • Theme ปี 2026:
    • Drive Through The Storm ฝ่าพายุลูกใหญ่นี้ไปด้วยกัน

แนวคิด: ทำให้ความไม่แน่นอน ความคาดการณ์ยาก เป็นสิ่งที่คาดการณ์ง่ายขึ้น เพื่อให้ธุรกิจและคนทำงานไปต่อยอดได้จริงและเดินเกมได้ดีขึ้น

งานจะ Cover อะไรบ้าง

  • คุณธนโชติเล่าว่างานจะพาเห็นภาพแบบเรียงลำดับชัด ๆ
    • เรื่องที่ 1: Mega Trends
      • ปีหน้าโลกจะหน้าตายังไง
      • อะไรจะเข้ามากระทบเราแบบหลบไม่ได้
      • ธุรกิจต้องเตรียมตัวยังไง
    • เรื่องที่ 2: Business Trends
      • เมื่อเห็นภาพโลกแล้ว เกมธุรกิจจะขยับยังไง
      • อุตสาหกรรม/ตลาด/พฤติกรรมลูกค้า จะเปลี่ยนไปทางไหน
    • เรื่องที่ 3: การเอา Trends ไปวาง Strategy ให้ใช้ได้จริง
      • เอา Mega Trends + Business Trends ไปลงแผนอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจ Move ได้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

คุณธนโชติสรุปเหตุผลของโครงนี้ไว้ชัด:

  • รู้ Mega Trends = รู้ว่า อะไรกำลังมา
  • รู้ Business Trends = รู้ว่า เราต้องทำอะไร
  • ถ้าเปลี่ยนตัวเองก่อน = ได้ Competitive Advantage

ข้อสรุป:

งาน Future Trends Ahead Summit 2026 เพื่อเอาข้อมูล เทรนด์ และการเตรียมตัวมาช่วยกัน Drive Through The Storm ไปด้วยกัน แม้ว่าไทยกำลังป่วยเรื้อรัง และงานนี้ตั้งใจทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้คนทำงานและธุรกิจมองเห็นสิ่งที่กำลังมา จับทิศทางให้ทัน และกลับไปจัดแผนลงมือก่อนคนอื่นเพื่อรอดและโตในปี 2026

Source:

สดจากงาน Future Trends Ahead Summit 2026