โดย Insightist™ | เผยแพร่: 21 กันยายน 2569 | อ้างอิง: Amarin TV
สรุปสาระสำคัญ
- 5 ผู้เชี่ยวชาญ AI ของไทยให้ตัวเลขคนตกงานเพราะ AI ปีหน้าต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่ 15% ไปถึง 0 ถึง 100%
- งบประมาณปี 70 ที่กำลังอนุมัติมูลค่า 3.75 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนถึง 70% ใช้กับงบประจำและบุคลากร พร้อมเป้าหมายลดคนให้ได้ 20%
- อาชีพที่หายไปแล้วจริงคือคนเขียน Storyboard โฆษณา เพราะ AI แปลงไอเดียเป็นภาพได้ทันที
- คนขับรถ นักออกแบบ และงานรูทีนเอกสาร ถูกจับตามองว่าจะเปลี่ยนไปเร็วที่สุด
- ทุกคนเห็นตรงกันข้อเดียวคือ AI แทนที่คนไม่ได้ 100% ถ้าคนคนนั้นยังปรับตัว
ลองนึกถึงวันที่บริษัทประกาศลดคน แล้วราคาหุ้นกลับขึ้น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาในรายการเอไอมหาชน ที่รวม 5 คนซึ่งอยู่กับ AI คนละมุม มาตอบคำถามเดียวกันคือ AI จะทำให้คนตกงานปีหน้ากี่ %
ทำไมตัวเลขที่แต่ละคนตอบถึงต่างกันขนาดนี้
เพราะแต่ละคนมองจากมุมงานที่ตัวเองอยู่จริง ดร.ตี๋ ณรงค์ ให้ตัวเลขต่ำสุดที่ 15% เพราะเชื่อว่างานที่ต้องใช้ร่างกายและความรู้สึกจริงยังแทนไม่ได้ พร้อมยกทฤษฎี Jevons Paradox มาอธิบายว่าของบางอย่างพอถูกลงและดีขึ้น คนกลับต้องการมากขึ้นไม่ใช่น้อยลง อย่างหมอที่ต่อให้ AI ช่วยงานได้ ความต้องการหมอก็ไม่ได้ลดลงเพราะดีมานด์เดิมสูงอยู่แล้ว
คุณหนุ่ย ณัฐพล ให้ 17% โดยชี้ว่าตำแหน่งงานกับหน้าที่เป็นคนละเรื่องกัน AI แทนได้แค่บางหน้าที่ งานที่ต้องมีคนรับผิดชอบจริง เช่นนักบินที่มี Auto Pilot มาเป็นร้อยปีแต่ก็ยังต้องมีคนนั่งอยู่ในห้องนักบิน จะยังอยู่ต่อไป
คุณแม็ก สุทัต ให้ 35% และมองว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี เพราะเชื่อว่ามนุษย์ปรับตัวได้เสมอ เหมือนวิศวกรคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ไม่ได้หายไปไหนแต่เปลี่ยนสายงานไปตามยุค
คุณจิ๊บ สุรศักดิ์ ให้ตัวเลขสูงที่สุดในกลุ่มคือมากกว่า 50% โดยยกตัวอย่างรถขับเองที่หลายแบรนด์ต่างประเทศทำได้เกือบสมบูรณ์แล้ว และชี้ประเด็นที่น่าคิดว่าการประกาศลดคนของบริษัทวันนี้ไม่ได้ทำให้นักลงทุนกังวลเหมือนก่อน กลับกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนมองบวกด้วยซ้ำ
ส่วนคุณแบงค์ สิทธินันท์ ตอบกว้างที่สุดคือ 0 ถึง 100% พร้อมอ้างสิ่งที่ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เคยพูดไว้ว่าตอนเปิดตัว AI ใหม่ๆ เขาคิดว่าคนจะตกงานมหาศาล แต่ผ่านไปสามสี่ปีกลับพบว่าคนและอุตสาหกรรมมีแรงต้านมากกว่าที่คิด สรุปง่ายๆ ตามแบงค์คือ คนที่พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองจะอยู่ที่ 0% ส่วนคนที่ยึดติดกับวิธีเดิมจะอยู่ที่ 100%
อาชีพไหนที่มีสัญญาณเสี่ยงตกงานก่อนใคร
คนเขียน Storyboard โฆษณาคืออาชีพแรกที่หายไปแล้วจริง เพราะ Agency ไม่ต้องจ้างคนวาดภาพสื่อไอเดียอีกต่อไป AI แปลงคำพูดเป็นภาพให้ดูได้ทันที ถัดมาคือกลุ่มนักเขียนโค้ดและนักออกแบบที่ทำตามสั่งอย่างเดียวโดยไม่คิดต่อ เพราะงานที่เคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ตอนนี้ AI ทำเสร็จในไม่กี่นาที
งาน Routines เอกสาร งานร่างสัญญาบางประเภท และ Call Center ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เหตุผลที่ Call Center ยังไม่ถูกแทนที่เต็มรูปแบบ เพราะโมเดลเสียงกับโมเดลความคิดของ AI ยังทำงานแยกกันอยู่ แต่เทรนด์ตอนนี้กำลังรวมสองส่วนนี้เข้าด้วยกัน ต้นทุนจะถูกลงและจะเห็นการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนงานราชการแบบที่ทำอะไรซ้ำเดิมทุกวัน มีโอกาสถูกแทนที่ไวที่สุดในทางทฤษฎี แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีพร้อมหรือไม่ ปัญหาจริงคือการตัดสินใจเอาคนออก ซึ่งเชื่อมโยงกับงบประมาณปี 70 ที่กำลังอนุมัติมูลค่า 3.75 ล้านล้านบาท โดย 70% ใช้ไปกับงบประจำและบุคลากร พร้อมเป้าหมายลดคนให้ได้ 20% ในเวลาที่เร็วที่สุด
ธุรกิจเอาไปใช้ประโยชน์ตรงไหนได้บ้าง
ไม่ต้องรอให้ถึงปีหน้า ตอนนี้ธุรกิจเล็กใหญ่เอา AI ไปช่วยได้เลยสองเรื่องหลัก เรื่องแรกคือการบริหารการเงิน ให้ AI ช่วยรวบรวมรายจ่ายทั้งเดือนแล้วชี้ว่าอะไรตัดได้อะไรควรเก็บ เรื่องที่สองคือการตลาด ไม่ว่าจะขายอะไรอยู่ ลองถาม AI ว่าช่วยทำภาพสินค้าให้ดูดีขึ้นได้ไหม ช่วยคิดสูตรใหม่ได้ไหม คำตอบสุดท้ายจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าคำถามที่เราตั้งดีแค่ไหน และที่สำคัญกว่าคำตอบคือต้องลงมือทำจริง
สุดท้ายแล้ว AI แทนคนได้จริงไหม
ทุกคนในวงสนทนาเห็นตรงกันจุดหนึ่งคือ AI เข้าใจว่าอารมณ์แบบไหนควรเขียนแบบไหน แต่ไม่เคยสัมผัสความรู้สึกจริงแบบมนุษย์ สิ่งที่ทำให้คนในสายงานสร้างสรรค์ยังรอดคือความ Creative และ Taste ส่วนสิ่งที่ตัดสินว่าใครจะอยู่รอดในโลกที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือความสามารถในการคิดต่อว่าจะอยู่กับมันอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: AI จะทำให้คนตกงานปีหน้ากี่เปอร์เซ็นต์
A: ไม่มีตัวเลขกลางที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ผู้เชี่ยวชาญในรายการให้คำตอบตั้งแต่ 15% ไปจนถึง 0 ถึง 100% ขึ้นอยู่กับมุมมองและอุตสาหกรรมที่แต่ละคนอยู่
Q: อาชีพไหนหายไปแล้วจริงเพราะ AI
A: คนเขียน Storyboard โฆษณา เพราะ AI สร้างภาพจากไอเดียได้ทันทีโดยไม่ต้องจ้างคนวาด
Q: ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มใช้ AI ได้จากตรงไหนก่อน
A: เริ่มจากสองเรื่องที่ทำได้เลยวันนี้ คือให้ AI ช่วยดูภาพรวมรายจ่ายเพื่อบริหารการเงิน และให้ AI ช่วยทำภาพสินค้าหรือคิดไอเดียการตลาดใหม่
Q: AI จะแทนที่คนทำงานสร้างสรรค์ได้ไหม
A: ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะสิ่งที่ AI ทำไม่ได้คือความรู้สึกและรสนิยมที่มาจากประสบการณ์จริงของคน คนที่มีความ Creative และ Taste ยังมีที่ยืนในสายงานนี้
ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk หรือ @nhx2358e




