โดย Insightist™ | เผยแพร่: 6 กันยายน 2026 | อ้างอิง: จากงาน Qwen Conference Thailand 2026 (จัดขึ้น 4 กันยายน 2026 กรุงเทพฯ)
สรุปสาระสำคัญ
- SCGJWD ลดสายเรียกเข้า Call Center จากหลักพันสายต่อวัน เหลือไม่ถึง 10 สายต่อวัน หลังให้ AI คุยกับลูกค้าแทนพนักงาน
- กล้อง AI บนรถขนส่งกว่า 100,000 เที่ยวต่อเดือน ตรวจจับอาการง่วงและจุดจอดเสี่ยง แล้วโทรเตือนคนขับเองอัตโนมัติ
- ระบบแปลงเอกสารใบส่งของหลายแสนใบต่อเดือนให้เป็นดิจิทัลทันทีที่พนักงานถ่ายรูปหลังส่งของเสร็จ
- SCGJWD วางกรอบคัดเลือก AI Use Case ไว้ 6 ขั้นตอน ก่อนตัดสินใจเลือกเครื่องมือทุกครั้ง
- Co-CEO ของ SCGJWD ย้ำต่อหน้าทุกคนว่า ลงทุน AI แล้วยังใช้กำลังคนเท่าเดิม ถือว่าลงทุนไม่คุ้ม
ถ้าองค์กรคุณเคยทุ่มงบซื้อ AI มาใช้ แล้วสุดท้ายพนักงานก็ยังทำงานเท่าเดิมทุกอย่าง เรื่องนี้อาจทำให้ต้องนั่งทบทวนหนักกว่าที่คิด เพราะนี่คือรายงานที่ Insightist™ ไปนั่งฟังสดๆ จากเวที Qwen Conference Thailand 2026 ตอน Co-CEO ของ SCGJWD พูดตรงๆ ต่อหน้าทุกคนว่า นี่คือความล้มเหลวเต็มๆ
SCGJWD คือใคร แล้วทำไมต้องฟังเรื่อง AI ของเขา
SCGJWD เป็นบริษัทในเครือ SCG Group ที่ดูแลงาน Logistics และ Supply Chain ให้ทั้งลูกค้าภายนอกและบริษัทในเครือ ครอบคลุมพื้นที่อาเซียนและจีน ตั้งแต่กระบวนการ Inbound ถึง Outbound ทั้งหมด และเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ของเครือ SCG ที่ทดลองใช้ AI และ Cloud อย่างจริงจัง ก่อนตัดสินใจเลือก Alibaba Cloud ทีมงานเปรียบเทียบผู้ให้บริการหลายรายในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การสนับสนุน และราคา แต่เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเลือกจริงๆ คือเรื่อง Data Residency ต้องการให้ข้อมูลองค์กรถูกเก็บอยู่ในประเทศไทย
ก่อนจะแตะเครื่องมือ AI สักตัว SCGJWD ทำอะไรก่อน
คำตอบ คือ กางแผนภาพทั้งองค์กรก่อนเสมอ ไม่ใช่ไล่ซื้อเทคโนโลยีตามกระแส พี่อ๊อดเล่ากรอบคิดที่ใช้จริงไว้ 6 ขั้นตอน
- กางแผนภาพ Supply Chain ต้นน้ำถึงปลายน้ำ — ดูตั้งแต่ลูกค้าเข้ามาจนถึงงานบัญชีและซัพพลายเออร์
- สำรวจปัญหาและเสียงลูกค้า — หาว่าจุดไหนของกระบวนการมีปัญหาจริง
- วางกลยุทธ์องค์กรก่อน — ประกาศทำ AI Transformation ครอบคลุมงานขาย การตลาด ปฏิบัติการ ไปจนถึงฝ่ายบุคคลและจัดซื้อ
- จัดลำดับความสำคัญจากข้อมูลจริง — ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าอะไรน่าทำก่อน
- ปรับ Workflow ให้เป็นมาตรฐานใหม่ก่อน — แก้กระบวนการเดิมให้นิ่งก่อนเลือกเครื่องมือ
- เลือกเครื่องมือ แล้ววัดผลด้วยตัวชี้วัด 3 ด้าน — ความพึงพอใจลูกค้า ต้นทุนและประสิทธิภาพ และกำลังคน
พอมีกรอบที่ชัดขนาดนี้ คำถามต่อไปคือ แล้วมันออกมาเป็นรูปธรรมอะไรบ้าง
SCGJWD เอา AI ไปใช้งานจริงตรงไหนบ้าง
มีอย่างน้อย 7 เรื่องที่ใช้งานจริงแล้ว ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทดลอง
- AI Chatbot งานฝ่ายบุคคล — ตอบคำถามสวัสดิการและกฎระเบียบที่หลากหลายจากการควบรวมธุรกิจ
- AI บริการลูกค้า Call Center — ลดสายเข้าจากหลักพันสายต่อวัน เหลือไม่ถึง 10 สายต่อวัน เพราะเทรนให้ AI คุยธรรมชาติ ไม่ใช่ตอบแบบหุ่นยนต์
- AI ประมวลผลภาพและวิดีโอ บริการขนย้ายบ้าน — ลูกค้าถ่ายรูปหรือวิดีโอของในบ้านส่งมา ระบบคำนวณปริมาตรแล้วออกใบเสนอราคาทันที ไม่ต้องส่งพนักงานลงพื้นที่
- กล้อง AI ตรวจจับพฤติกรรมคนขับ — ดูแลรถขนส่งกว่า 100,000 เที่ยวต่อเดือน ตรวจจับอาการง่วงและจุดจอดเสี่ยง แล้วโทรเตือนอัตโนมัติแทนพนักงาน
- ระบบแปลงเอกสารเป็นดิจิทัล — ใบส่งของหลายแสนใบต่อเดือน พนักงานถ่ายรูปเข้าระบบทันทีหลังส่งของเสร็จ
- AI สร้างวิดีโอเพื่องานขายและการตลาด — สนับสนุนงานขาย การตลาด และบริการลูกค้า
- Knowledge Management — รวบรวมองค์ความรู้องค์กรไว้ให้ AI ช่วยพนักงานใหม่เรียนรู้งานเองได้ทันที ในธุรกิจที่มีอัตราเข้าออกของพนักงานสูง
ตัวเลขพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันมาจากวิธีคิดที่พี่อ๊อดพูดตรงกับทุกจุดของ Supply Chain แล้วค่อยลงมือทำ ซึ่งพาไปสู่คำถามสำคัญที่สุดของบทสนทนานี้
ทำไม Co-CEO ของ SCGJWD ถึงบอกว่าลงทุน AI แล้วใช้คนเท่าเดิมคือความล้มเหลว
เพราะสำหรับเขา ตัวชี้วัดที่แท้จริงของ AI Transformation ไม่ใช่แค่มีเทคโนโลยีใหม่ในองค์กร แต่ต้องวัดผลได้จริงว่าลดภาระงานคนได้ไหม พี่อ๊อดพูดไว้ตรงๆ ว่า
“ถ้าลงทุนใช้ AI ไปแล้วแต่ยังต้องใช้กำลังคนเท่าเดิม ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะลงทุน” — Bunn Kasemsup (พี่อ๊อด), Co-CEO, SCGJWD
เขาย้ำอีกข้อควบคู่กันคือ เทคโนโลยีไม่ใช่แฟชั่นที่ทำตามกันเพราะเห็นคนอื่นมี และการสร้างคนในองค์กรให้พร้อมไปพร้อมกับเทคโนโลยี คือหัวใจที่ทำให้ AI Transformation อยู่ได้ยาว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว ซึ่ง SCGJWD เลือกทำร่วมกับทีม Alibaba ในการฝึกอบรมพนักงานของตัวเองไปพร้อมกัน
ถ้าองค์กรคุณกำลังจะเริ่มโปรเจกต์ AI ใหม่ คำถามที่ควรถามทีมก่อนอนุมัติงบ ไม่ใช่ “จะใช้เครื่องมือตัวไหน” แต่คือ “เรื่องนี้ลดภาระงานให้ใครได้บ้าง” เพราะถ้าตอบไม่ได้ งบก้อนนั้นอาจไม่ต่างจากที่พี่อ๊อดเตือนไว้บนเวที
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: SCGJWD คือใคร เกี่ยวข้องกับ SCG อย่างไร
A: SCGJWD เป็นบริษัทในเครือ SCG Group ที่ดูแลงาน Logistics และ Supply Chain ให้ทั้งลูกค้าภายนอกและบริษัทในเครือ ครอบคลุมพื้นที่อาเซียนและจีน
Q: ทำไม SCGJWD เลือกใช้ Alibaba Cloud
A: เพราะเปรียบเทียบทุกมิติแล้วคุ้มค่าที่สุด และตอบโจทย์เรื่อง Data Residency ที่ต้องการเก็บข้อมูลไว้ในประเทศไทย
Q: SCGJWD ใช้ AI ไปแล้วกี่ Use Case
A: อย่างน้อย 7 เรื่อง ตั้งแต่ Chatbot ฝ่ายบุคคล ไปจนถึงกล้องตรวจจับพฤติกรรมคนขับ
Q: Call Center ของ SCGJWD ลดสายเข้าได้เท่าไหร่
A: จากหลักพันสายต่อวัน เหลือไม่ถึง 10 สายต่อวัน
Q: กล้อง AI ตรวจจับคนขับดูแลรถกี่เที่ยวต่อเดือน
A: มากกว่า 100,000 เที่ยวต่อเดือน
ถ้าคุณสนใจข่าวสารนี้ ให้ Add Line OA เพิ่ม: https://lin.ee/ulsmCKk
Source:
จากงาน Qwen Conference Thailand 2026




