เคยเป็นไหม… ทำภาพด้วย AI แล้วสวยก็จริง แต่พอจะเอาไป ยิง Ads/ขึ้นเว็บ/ส่งลูกค้า กลับติด 3 เรื่องเดิม ๆ

  • งานไม่เสถียร เดี๋ยวดีเดี๋ยวพัง
  • Font ไม่ตรงแบรนด์ ตัวอักษรเพี้ยน
  • รายละเอียดสินค้าเละ โดยเฉพาะตอนทำ 2K/4K

1 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท Sourceful ปล่อย Riverflow 2.0 มาแก้เกมนี้แบบตรงจุด ไม่ได้แข่งกันที่ ภาพสวยอย่างเดียว แต่โฟกัสที่ระดับโปรดักชัน = ทำให้ทีมกล้าใช้ในงานจริง และมี Hype-Edit-1 จะรันงานเดิมซ้ำ ๆ เพื่อวัดว่า โมเดลไม่ได้ทำได้แค่ครั้งเดียว แต่ทำซ้ำได้เรื่อย ๆ แบบเสถียร

RiverFlow 2.0 จะมี 2 รุ่นให้เลือก

  1. [PRO]: เน้นคุณภาพสูงสุด + ความสม่ำเสมอ เด่นเรื่องทำตาม prompt และเรนเดอร์ข้อความ รองรับฟีเจอร์เสริมทั้งหมด (เช่น font-control, super resolution)
  2. [FAST]: เน้นเร็วและประหยัดกว่า เหมาะกับทำงานแบบลองแบบไว ๆ แต่ยังรองรับฟีเจอร์เสริมเหมือนกัน
  • Riverflow 2.0 รองรับได้สูงสุด 2 Fonts ต่อครั้ง และได้สูงสุด 300 ตัวอักษรต่อภาพ และคุม typography เป็นระบบมากขึ้น
  • ซ่อมภาพ (ตัวหนังสือบนฉลาก, Logo, อื่น ๆ) 1 Request = 4 จุด

Detail preservation = ภาพ 4K ที่ไม่ทำให้แพ็กเกจจิ้งพัง

  • ใช้ Reference-Based Super Resolution ให้เอา reference ที่ถูกต้องมาเป็นตัวช่วยซ่อมจุดพังแบบอัตโนมัติ แปลว่า ลดงานแก้มือ ที่ปกติต้องใช้คนชำนาญนั่งเก็บงาน

ต้นทุนจริงของ RiverFlow 2.0 กับการแก้ภาพให้สำเร็จ

โดยรวมสิ่งพวกนี้เข้าไปด้วย:

  • ค่า Request ต่อภาพ (per-image request cost)
  • จำนวนครั้งที่ต้องลองใหม่ (number of retries needed)
  • ต้นทุนคนในการรีวิวตัวเลือก (human cost of reviewing candidates)

เอาไปใช้ทำอะไรได้ทันที

  • ทำ Ads ที่คุมแบรนด์ได้สม่ำเสมอ
  • ทำ Infographics ที่ตัวหนังสือไม่หลุดโทน
  • ทำภาพสินค้า/ไลฟ์สไตล์ที่ Detail ไม่เพี้ยน พร้อมส่งต่อทีม Production

ข้อสรุป:

Riverflow 2.0 ของ Sourceful เครื่องมือทำภาพและแก้ภาพที่ออกแบบมาให้ทีมการตลาดกล้าเอาไปใช้จริง ไม่ต้องลุ้นว่า ออกมาดีแค่รอบนี้รอบเดียว โดยคุมให้ภาพนิ่งขึ้น ตัวหนังสือไม่มั่ว และรายละเอียดสินค้าชัดแบบที่พร้อมส่งลูกค้าหรือขึ้นแคมเปญได้ และ รักษาหน้าตาแบรนด์ให้ไปทางเดียวกัน

Source:

Riverflow, Example