มาดูเคสสุดล้ำของ Marcus และ Leo ที่ใช้พลัง AI ปั้นแพลตฟอร์ม Avanir จนทำเงินได้เดือนละกว่า 2 แสนบาท ในเวลา 2 สัปดาห์ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ดเลย, พวกเขาเปลี่ยนงาน Agency ที่แสนเหนื่อยให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ช่วยให้แบรนด์สเกลคอนเทนต์ผ่านครีเอเตอร์นับร้อยได้พร้อมกันจนสร้างยอดวิวถล่มทลายเป็นล้านครั้ง
สรุปคลิป Youtube: How They Vibe Coded a $7k/Month Platform จากช่อง Lovable
Intro – Scaling Creator Content
- ยุคที่ Creator Economy กำลังโต ทุกแบรนด์ต่างต้องการคอนเทนต์จากครีเอเตอร์จำนวนมากเพื่อเพิ่มการมองเห็น Marcus และ Leo จึงสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้แบรนด์สามารถระดมพลครีเอเตอร์ (UGC) มาทำคอนเทนต์พร้อมกันได้ในระดับสเกล 50-100 คนต่อแคมเปญ
- ผลลัพธ์ คือ แคมเปญแรกของพวกเขาสร้างยอดวิวไปได้ถึง 1.5 ล้านวิว ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ว่าระบบที่เขาสร้างด้วย Lovable ภายใน 2 สัปดาห์นั้นใช้งานได้จริงและทรงพลังมาก
Revenue & Founder Backstory
- ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้สร้างรายได้อยู่ที่ประมาณ 6,000 – 7,000 เหรียญต่อเดือน โดยแคมเปญล่าสุดเพียงแคมเปญเดียวก็ทำเงินไปได้ถึง 5,000 เหรียญแล้ว
- เส้นทางของ Leo เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานขายแบบเคาะประตูบ้าน (Door-to-door salesman) เป็นจุดที่สอนให้เขาเรียนรู้การรับมือกับคำปฏิเสธและเข้าใจความต้องการของลูกค้าจริงๆ ก่อนจะมาเปิดเอเจนซี่การตลาดโซเชียลมีเดียร่วมกับ Kader และได้พบกับ Theo ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนในช่วงที่เรียนอยู่ จนเกิดการต่อยอดจากเอเจนซี่ธรรมดาเป็นแพลตฟอร์มในที่สุด
Problem Statement
- สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจทำระบบขึ้นมา เพราะการรันเอเจนซี่แบบเดิมมันมีงานมือ (Manual Work) เยอะมาก ทั้งต้องออกไปถ่ายทำเอง ตัดต่อเอง ซึ่งเสียเวลาสุดๆ และบางครั้งวิดีโอที่ตั้งใจทำกลับมียอดวิวไม่ดีบน TikTok เพราะอัลกอริทึมต้องการความ Real และความหลากหลาย พวกเขาจึงมองเห็นปัญหาว่า แบรนด์ต้องสร้างบัญชีหลายอัน เพื่อเจาะเข้าแต่ละกลุ่มเฉพาะ (Niche) ซึ่งจัดการยากมาก เลยเกิดไอเดียทำพื้นที่ที่ใครก็ได้สามารถเข้ามาร่วมแคมเปญและรีวิวสินค้าที่ชอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Customer Acquisition Strategy กลยุทธ์การหาลูกค้าของพวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนครับ:
- ฝั่งครีเอเตอร์: เน้นความง่ายเป็นหลัก ใครที่มีผู้ติดตามตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนก็เข้าร่วมได้ โดยใช้ TikTok เป็นช่องทางหลักในการทำการตลาดเพื่อดึงดูดครีเอเตอร์ให้เข้ามาลงทะเบียน
- ฝั่งแบรนด์: ใช้การส่ง Cold Email เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการทำคอนเทนต์บน TikTok เพื่อให้ความรู้ (Educate) และโชว์ให้แบรนด์เห็นว่าการขึ้นแคมเปญบนแพลตฟอร์มของพวกเขานั้นง่ายและรวดเร็วแค่ไหน
Challenges & Learning Lovable
- ความท้าทายที่สุด คือ ทั้งทีมไม่มีใครเขียนโค้ดเป็นเลย เพราะทุกคนมีพื้นฐานมาจากสายงานขายและการทำคอนเทนต์ ในช่วงแรกที่เริ่มใช้ Lovable พวกเขาเสีย Credits ไปเยอะมากกับการพยายามปรับเปลี่ยนจุดเล็กๆ น้อยๆ แต่ Insight ที่พวกเขาค้นพบ คือ การเปลี่ยนมาใช้ Chat Mode เพื่อวางแผนระบบก่อนลงมือทำจริง ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการงาน Backend และ Logic ที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งเลย
Advice for Builders สำหรับใครที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาเองบ้าง Leo และทีมได้สรุปวิธีการเริ่มต้นไว้ดังนี้ครับ:
- เน้นทำตัวต้นแบบให้เร็ว (Prototype Fast): อย่ารอให้สมบูรณ์แบบ แค่มีไอเดียก็เริ่มลงมือทำได้เลย
- ถามความต้องการจากคนใน Niche: เข้าไปถามกลุ่มเป้าหมายว่าเขาต้องการอะไร และอยากให้หน้าตาออกมาเป็นแบบไหน เพื่อใช้เป็นพิมพ์เขียวในการสร้าง
- ทดสอบด้วยการขายจริง: ลองถามลูกค้าว่า ถ้าทำแบบนี้ออกมา คุณจะจ่ายเงินซื้อมั้ย?
- ถ้าคำตอบ คือ ใช่ ค่อยเอาคำแนะนำนั้นไปใส่ใน Lovable เพื่อสร้างของจริงขึ้นมา
- สร้างตัวตนบน TikTok: แนะนำให้ทุกบริษัททำคอนเทนต์เล่าเรื่องราวของตัวเองเพื่อให้คนเข้าถึงและรู้สึกเชื่อมโยงได้มากกว่าแค่การยิงโฆษณา
Marcus’s (co-founder)
- Marcus เป็นคนสังเกตเห็นว่าแบรนด์พยายามสร้างตัวตนในหลายพื้นที่บนโลกออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงทุก Niche ของ TikTok เขาจึงเกิดไอเดียสร้างระบบที่ทำให้แบรนด์ไม่ต้องเสียเวลาบริหารจัดการเอง แต่มีระบบอัตโนมัติคอยดูแลให้ โดยตัวเขาเองก็เคยเป็นครีเอเตอร์มาก่อน และเมื่อได้เห็น Lovable เป็นครั้งแรก เขารู้สึกว่า มันเหมือนมิติใหม่ที่ช่วยให้เราสร้างอะไรก็ได้ตามที่คิดไว้โดยไม่มีขีดจำกัด
Building in 2 Weeks
- แม้จะเริ่มพัฒนาเวอร์ชันแรกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ตัวแพลตฟอร์มเวอร์ชันปัจจุบันที่สร้างรายได้หลักนั้นใช้เวลาทำด้วย Lovable เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้นครับ
- ข้อดีที่เขาประทับใจมาก คือ ความยืดหยุ่นในการปรับแก้ (Iteration) ซึ่งถ้าเป็นวิธีเดิมๆ ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์และจ่ายเงินทุกครั้งที่จะแก้ แต่ด้วย Lovable พวกเขาใช้มันปรับแต่งระบบได้ทุกวันด้วยตัวเอง
Current Growth & Tech Stack
- ปัจจุบัน Avanir มี Creator ในระบบกว่า 500 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สัปดาห์ละ 20-30 คน มีแคมเปญที่กำลังรันอยู่และกำลังจะตามมาอีกเพียบ ในส่วนของ Tech Stack พวกเขาใช้ Lovable เป็นแกนหลักในการสร้างแพลตฟอร์มและจัดการ Backend และมีการเชื่อมต่อ API ของ Ampify (TikTok Scraper) เพื่อดึงข้อมูลสถิติจาก TikTok เช่น ยอดไลก์ ยอดวิว และการแชร์ มาแสดงผลให้แบรนด์เห็นแบบเรียลไทม์
ข้อสรุป:
จากทีมที่เคยเหนื่อยกับการวิ่งถ่ายคลิปเอง Marcus กับ Leo พลิกเกมมาใช้ AI ปั้นแพลตฟอร์ม Avanir จนโกยเงินเดือนละ 2 แสนกว่าบาทได้ในเวลาแค่ 2 อาทิตย์ ทั้งที่ไม่มีใครเขียนโค้ดเป็นเลยสักคนเดียว,
ระบบนี้เปลี่ยนการตลาดแบบเดิมให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตคอนเทนต์ที่ระดมพลคนนับร้อยมาช่วยสร้างกระแสบน TikTok จนยอดวิวทะลุหลักล้านช่วยให้แบรนด์สเกลงานได้มหาศาล โดยไม่ต้องลงแรงเองแบบเมื่อก่อน แค่ใช้การคุยกับ AI



