10 มกราคม 2569 คุณแบงค์ ปรัชญา ผู้ก่อตั้ง Bit Drive มาถ่ายทอดเกี่ยวกับความสำคัญของ AI ในการพลิกฟื้นและขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทย โดยเปรียบเทียบว่า การใช้ AI จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพงานได้มหาศาลเสมือนมีพนักงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ทำไม SME ไทยต้องใช้ AI? (ถ้าไม่ใช้…เสี่ยง “เจ๊ง”)
- ในยุคนี้ SME หลายรายกำลังอยู่ในสถานะ ซอมบี้ คือ ไม่ตายแต่ก็ไม่โต เพราะติดขัดเรื่องเงินทุน เวลา และพนักงานที่จำกัด
- คุณปรัชญา ปิยะศิริศิลป์บอกว่า AI ถูกสร้างมา เพื่อช่วยคนตัวเล็ก โดยเฉพาะ เพราะมันช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพงานได้มหาศาล
- คนธรรมดา + AI = ผู้วิเศษ: พนักงาน 10 คนที่ใช้ AI จะทำงานได้เท่ากับคน 100 คน
- ลดต้นทุน เพิ่มกำไร: ปกติขายของออนไลน์กำไรอาจเหลือแค่ 12% แต่ AI ช่วยลดค่าการตลาดและค่าจ้างคนทำงานกราฟิกหรือเขียนบทความ จากที่เคยทำ 8 ชั่วโมง อาจเหลือแค่ 1 ชั่วโมง
- ความเร็วที่ต่างกัน: ถ้าคู่แข่งใช้ AI แต่เราไม่ใช้ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ธุรกิจที่ช้ากว่าและต้นทุนสูงกว่าจะอยู่รอดได้ยากมาก
Gemini vs ChatGPT: เลือกตัวไหนดี?
- คุณปรัชญา ปิยะศิริศิลป์เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ:
- ChatGPT: เหมือน รถสปอร์ต ดูแรง ล้ำสมัย แต่ค่าใช้จ่ายสูงและอาจจะใช้งานยากในบางมุม เหมาะกับเรื่องส่วนตัวมากกว่า
- Gemini (Google): เหมือน รถ Eco Car ที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะเชื่อมต่อกับ Google Docs, Gmail และ Google Drive ที่เราใช้กันอยู่แล้ว ทำให้การทำงานลื่นไหลเหมือนมีผู้ช่วยอยู่ข้างตัวตลอดเวลา
- จุดเด่นของ Gemini: Google มีข้อมูลพฤติกรรมคนทั่วโลกจาก YouTube และ Google Map ทำให้ AI เข้าใจความต้องการของเราได้แม่นยำกว่า แถมราคาเท่ากันแต่ได้พื้นที่เก็บข้อมูลและระบบนิเวศที่ครบวงจร
เทคนิคการใช้ AI ให้เก่งกว่าคนอื่น
- เล่าบริบท (Context) ให้เยอะ: ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ใช้ AI แล้วไม่ได้งานที่ถูกใจ เพราะสั่งงานสั้นเกินไป เหมือนสั่งเด็กใหม่ที่ไม่รู้ใจเรา
- เคล็ดลับ: ควรเขียนอธิบายอย่างน้อย 5 บรรทัดขึ้นไป เล่าว่า เราเป็นใคร ขายอะไร ลูกค้าคือใคร และอยากได้งานแบบไหน ยิ่งบอกละเอียด Output ยิ่งดี
- ใช้ภาษาไทยได้เลย: ตอนนี้ AI เข้าใจภาษาไทยได้เป๊ะมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาอังกฤษอีกต่อไป
- ความปลอดภัยไว้ใจได้: ถ้าใช้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Google ข้อมูลส่วนตัวจะถูกจัดเก็บตามกฎหมายและ ปลอดภัยกว่า AI ทั่วไปที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
กลยุทธ์ AI Hero ในองค์กร
- การจะให้คนทั้งบริษัทใช้ AI เป็น ไม่ได้เริ่มจากคนเก่งไอทีเสมอไป แต่ต้องหา AI Hero
- AI Hero คือ คนที่มีความอยากเรียนรู้สูงที่สุดในทีม ไม่จำเป็นต้องตำแหน่งสูง
- คุณ Prachya Piyasirisilp ยกตัวอย่างเช่น พี่แม่บ้าน ในบริษัทหนึ่งที่มาเรียน AI จนสามารถใช้ AI สร้างเว็บไซต์ให้ลูกสาวที่เปิดร้านส้มตำได้สำเร็จ ทั้งที่ไม่เคยมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน
ภาพอนาคตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
- Tiny Team (ทีมจิ๋วแต่แจ๋ว): เราจะเห็นบริษัทที่มีพนักงานแค่ 1-3 คน แต่สร้างรายได้ระดับพันล้านบาทได้ด้วยพลังของ AI
- โลกจะแยก AI ไม่ออก: สื่อต่างๆ ทั้งภาพ เสียง วีดีโอ จะเนียนจนคนเลิกแยกแยะว่า อันไหนจริงหรือ AI เราจึงต้องเรียนรู้ เพื่อป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพด้วย
- ทักษะที่ต้องมีใน Resume: ใครที่ไม่มีทักษะ AI จะเริ่มถูกเลือกช้าลง โดยเฉพาะคนกลุ่มอายุ 45-50 ปีที่ต้องเร่ง Reskill ซึ่งกลุ่มนี้มักจะใช้ AI เก่งเพราะตั้งคำถามเก่งจากประสบการณ์ที่มี
ข้อสรุป:
การเรียนรู้ AI ไม่ใช่เพื่อเอาใบปริญญา แต่เพื่อให้รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง คุณ Prachya Piyasirisilp แนะนำให้แบ่งเวลาเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อศึกษา AI แล้วคุณจะเปลี่ยนจาก คนธรรมดาเป็นผู้วิเศษในโลกธุรกิจได้ทันที




