2 มิถุนายน 2568 Deloitte ปล่อยบทความ Gen Z กับ Millennial ใน Office เอาให้บาลานซ์ทั้งเรื่องเงิน ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี
แบบสำรวจ Gen Z and Millennial Survey ของ Deloitte Global ที่ทำมาถึงปีที่ 14 ผลลัพธ์จากการสำรวจปี 2025 ซึ่งมีผู้ตอบ 23,482 คนจาก 44 ประเทศ พบว่า การเติบโต คือ เส้นเรื่องสำคัญของ 2 Gens นี้ แต่พวกเขาก็กำลังกำหนดความหมายของคำว่า เติบโตในงานใหม่ มันไม่ใช่เรื่องไต่บันไดอีกต่อไป
มีเพียง 6% ของผู้ตอบ Gen Z และ millennial เท่านั้นที่บอกว่า เป้าหมายอาชีพหลัก คือ ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ สิ่งที่ต้องการ คือ โอกาสเรียนรู้และพัฒนา ทั้งในงานและนอกงาน พฤติกรรมที่ชัดเจน:
- Gen Z 70%
- Millennial 59%
พัฒนาทักษะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และ Gen Z 67% อัปสกิลนอกเวลางานด้วย
ข้อมูลปีนี้องค์กรให้ความสำคัญว่า
- โอกาสเรียนรู้และพัฒนา
- การลงทุนในความมั่นคงทางการเงิน
- ความหมายของงาน
- ความเป็นอยู่ที่ดี
- 4 อย่างนี้เป็นกุญแจในการดึงดูด มีส่วนร่วม และรักษาแรงงาน Gen Z และ millennial ที่แข็งแกร่งเอาไว้
GenAI ใช้จริง แต่กังวลจริง
- ทั้ง 2 Gens ใช้ Generative AI ในงานอยู่แล้วระดับหนึ่ง แสดงความกังวลว่า AI จะกระทบงาน:
- Gen Z 63%, Millennial 65% กลัวงานหายไป
- 61% กลัวงานเริ่มต้นถูกอัตโนมัติจนคนรุ่นใหม่เข้าทำงานยากขึ้น
- ขณะเดียวกัน 59% ของ Gen Z และ 62% ของ Millennial เชื่อว่าทักษะ Gen AI จำเป็นต่อการเติบโตในอาชีพ
Soft Skills มาก่อน Tech
- 2 Gens ให้ความสำคัญกับการ
- จัด Soft Skills (สื่อสาร ภาวะผู้นำ empathy การสร้างเครือข่าย)
- การบริหารเวลาและความรู้เฉพาะอุตสาหกรรม
- ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 8 ใน 10 มองว่า soft skills จำเป็น
เส้นทางการศึกษาทางเลือก
- แม้ปริญญายังมีคุณค่า แต่ 31% ของ Gen Z และ 32% ของ Millennial ตัดสินใจไม่เรียนต่ออุดมศึกษา
ข้อกังวลหลักคือ
- ค่าเทอมแพง
- ความคุ้มค่า/ความเกี่ยวข้องกับงานจริง
- การได้ประสบการณ์ปฏิบัติจริงจำกัด
อยากได้ Mentorship และงานจริงพาโต
- Gen Z ต้องการ mentorship/คำแนะนำ และ เรียนรู้จากการทำงานจริง แต่สิ่งที่อยากได้จากองค์กร คือ
- โปรแกรมเรียนรู้ภายใน กันเวลาเรียนโดยไม่รบกวนงาน
- ชดเชยค่าเรียนภายนอก
- สิทธิ์เข้าถึงแพลตฟอร์ม/Subscription
- job rotation หรือ job shadowing
- Gen Z และ millennial อยากให้ผู้จัดการทำหน้าที่:
- ให้คำแนะนำ
- สนับสนุน
- สร้างแรงบันดาลใจ
- แรงผลักดัน
- พวกเขาจึงอยากได้ mentorship และการช่วยตั้งกรอบ (boundaries) เพื่อรักษา work/life balance แต่หลายคนรู้สึกว่าผู้จัดการมัวแต่สนใจ งาน Routine
ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยก็เห็นช่องว่างนี้ ตามรายงาน Deloitte Global Human Capital Trends ล่าสุด
- ผู้จัดการใช้เวลาเกือบ 40% ไปกับการแก้ปัญหาทันทีและงานเอกสาร และใช้เวลาส่วน “พัฒนาคนในทีม” แค่ 13% เท่านั้น
- องค์กรอาจต้อง “คิดบทบาทผู้จัดการใหม่” ให้พวกเขาใช้เวลากับการ mentoring และพัฒนาทีมมากขึ้น
ช่องว่างด้านผู้นำทีมและวัฒนธรรม
- Gen Z 42% และ Millennial 41% เชื่อว่าผู้จัดการควรสร้างวัฒนธรรมที่ดีและ inclusive แต่มีเพียง Gen Z 22% และ Millennial 21% ที่รู้สึกว่า เกิดขึ้นจริง ในที่ทำงาน
Deloitte เสนอทางออกว่า องค์กรจะดึงดูด–มีส่วนร่วม–รักษาคน Gen Z และ millennial อย่างไร
- เงินเดือน–สวัสดิการต้องแข่งได้ก่อน
- วางฐานความมั่นคงให้พนักงาน (เงินเดือน + flexible benefits ดูแลผู้พึ่งพิง สุขภาพ ค่าเดินทาง) แล้วอย่างอื่น—ความหมาย ความยืดหยุ่น งาน–ชีวิต—ค่อยขับต่อได้
- ยกระดับความรู้การเงินแบบจริงจัง
- จัด Workshop/โค้ชส่วนตัวเรื่องงบประมาณ ออม ลงทุน วางแผนเกษียณ ลดความเครียดเรื่องเงิน เพิ่มความมั่นใจและความพึงพอใจในงาน
- ให้ผู้จัดการเป็น แกนกลางของ well-being
- เสริมอำนาจผู้จัดการให้รีดีไซน์งาน ตั้งขอบเขตเวลางาน–ชีวิต รับรู้และยอมรับผลงาน เปิดโอกาสเติบโต และคุยเรื่องสุขภาพจิตได้อย่างเปิดเผยพร้อมชี้ช่องทางช่วยเหลือ
- Personalize จาก purpose รายคน
- เข้าใจแรงจูงใจและความหมายของแต่ละคน แล้วปรับประสบการณ์ทำงานให้ตรง—ช่วยให้ผลงานดีขึ้น คุณภาพงานสูงขึ้น และผูกพันองค์กรมากขึ้น
- ลงทุนพัฒนาคน สร้างวัฒนธรรมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- ผู้บริหารแนะให้พนักงานเรียนรู้–ทักษะ–โอกาสเข้ากับความมั่นคงการเงิน + well-being + purpose เพื่อดึงดูด–มีส่วนร่วม–รักษาคนเก่ง และปูทางนวัตกรรมระยะยาวขององค์กร




